สวัสดีน้อง ๆ ทุกคนน้า เชื่อว่าหลายคนที่คลิกเข้ามาที่บทความต้องมีความสงสัยเกี่ยวกับ  TGAT (Thailand General Aptitude Test) ข้อสอบวัดความถนัดทั่วไป อยู่แน่เลยใช่มั้ยน้าา ว่าทำไมมันถึงเรียก TGAT1, TGAT2, TGAT 3 แล้วแต่ละอันต่างกันยังไง ต้องเตรียมตอนนี้เลยดีไหม หรือว่ารอไปก่อนก็ได้

ซึ่งวันนี้พี่ได้เตรียมเนื้อหาเกี่ยวกับ TGAT 2 การคิดอย่างมีเหตุผล และ TGAT 3 สมรรถนะการทำงานในอนาคต มาอธิบายแบบละเอียดยิบทุกหัวข้อให้เข้าใจกันก่อนจะไปสอบจริง (แอบสปอยล์ว่ามีข้อสอบแจกฟรีให้ทุกคนได้ลองทำด้วย)  ถ้าใครพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยย !!

ในแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีหลักเกณฑ์เป็นของตัวเองซึ่งจะประกาศออกมาให้น้องๆ ได้รับทราบผ่านระเบียบการของมหาวิทยาลัย โดยสองสิ่งที่น้องๆ ควรจะให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ ค่าน้ำหนักคะแนนของรายวิชาที่ใช้ยื่นสมัคร
และเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำในรายวิชานั้นๆ 

ค่าน้ำหนัก

ค่าที่บอกว่าวิชานั้นมีสัดส่วนคะแนนในการยื่นสอบเข้ามากน้อยแค่ไหน เช่น คณะ A กำหนดค่าน้ำหนัก TGAT 40% แล้วน้องๆ ได้คะแนน TGAT รวม 60 คะแนน (เต็ม 100) ก็จะได้คะแนนตรงนี้เท่ากับ 60 x 40% = 24 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 100 ในการเข้าคณะนั้น) ที่สำคัญ คือ ค่าน้ำหนักไม่ได้มีผลว่าน้องจะสมัครได้หรือไม่น้าา ไม่ว่าน้องๆ จะได้คะแนนใน
รายวิชานั้นๆ เท่าไหร่ก็ตาม ก็สามารถยื่นผลคะแนนสมัครเรียนต่อได้ (แต่ถ้าได้เยอะก็จะได้เปรียบเนาะ)

เกณฑ์ขั้นต่ำ

คะแนนขั้นต่ำที่แต่ละคณะ/มหาวิทยาลัยตั้งเอาไว้ (บางสถาบันก็ไม่ได้กำหนด) โดยน้องๆ จะต้องมีคะแนนในรายวิชานั้นไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ตามระเบียบการ เช่น TGAT ของมหาวิทยาลัย A คณะ B ต้องใช้คะแนนขั้นต่ำ 40 % แปลว่า น้องต้องได้คะแนน TGAT 40 คะแนนขึ้นไป หากได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์นี้จะถือว่าน้องๆ ขาดคุณสมบัติและหมดสิทธิ์สมัครคณะนั้นๆ 

สรุป คือ การนำคะแนนไปใช้ในรอบ Admission นั้น น้องๆ ต้องอ่านระเบียบการของแต่ละมหาวิทยาลัยให้ดีเพราะอาจมีเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ ในขณะเดียวกันค่าน้ำหนักคะแนนก็สำคัญในการคาดการณ์ว่าคะแนนของน้องๆ มีโอกาสสอบติดมากหรือน้อยแค่ไหน หลายครั้งเราต้องใช้ทั้งเกณฑ์ขั้นต่ำและค่าน้ำหนักในการพิจารณาคณะด้วยนะ !

วิธีเช็กคุณสมบัติ TCAS67

TGAT คืออะไร ?

TGAT (Thai General Aptitude Test) คือ การสอบเพื่อวัดสมรรถนะทั่วไป ใช้เป็นหนึ่งในคะแนนสำหรับยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS โดยประกอบด้วย

  1. TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ ( English communication )
  2. TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล (Critical and Logical Thinking)
  3. TGAT3 สมรรถนะการทำงานในอนาคต (Future Workforce Competencies)

TGAT2 คืออะไร ? ทำไมต้องสอบ TGAT2 ?

จริง ๆ แล้ว ข้อสอบ TGAT กับข้อสอบ GAT ไม่เหมือนกันเลย แถมมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็ต้องใช้คะแนน TGAT ทั้ง 3 พาร์ตในการยื่นสอบเข้าด้วย ดังนั้นใครที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องเตรียมตัวสอบ TGAT ให้ดีๆ เลยนะ !! 

พี่จะพาทุกคนมารู้จักกับข้อสอบ TGAT 2 กันก่อน ซึ่ง TGAT 2 คือ ข้อสอบพาร์ตการคิดอย่างมีเหตุผล (Critical & Logical Thinking)  โดยข้อสอบเป็นแบบปรนัย 5 ตัวเลือก มีเวลาทำข้อสอบ 3 ชั่วโมง (สามารถแบ่งเวลาทำข้อสอบกับพาร์ตอื่น ๆ เองได้เลยย) และแบ่งหัวข้อย่อยออกเป็น 4 หัวข้อ ดังนี้

TGAT2 มีอะไรบ้าง ?

 TGAT ความสามารถทางภาษา 

ความสามารถในการสื่อความหมาย คือ การวัดความรู้และทักษะการเลือกใช้คำให้ถูกต้องตามบริบทของโจทย์เพราะแต่ละคำมีหน้าที่แตกต่างกันเมื่อใช้ในสถานการณ์ที่ต่างกัน ย่อมสื่อความหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งน้อง ๆ สามารถดูได้จากตัวอย่างด้านล่างนี้ได้เลย 

(เครดิต : รูปภาพจาก mytcas.com)

ตัวอย่างโจทย์ ความสามารถในการสื่อความหมาย

ความสามารถในการสื่อความหมาย โจทย์ Tgat2

ที่ถามว่าข้อใดมีความหมายแคบที่สุด ตัวเลือกข้อ 1-4 น้องๆ จะสังเกตได้ว่าโจทย์จงใจใช้คำว่า “เครื่อง” ซ้ำกัน เพื่อให้เราได้วิเคราะห์ตามบริบทว่า คำว่า “เครื่อง” ในบริบทนี้เป็นสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหรือไม่ และยังมีการใช้คำว่า “นี้” เพื่อทำให้มีความหมายแคบกว่าอันอื่นด้วย

ความสามารถในการใช้ภาษา คือ การวัดความรู้ ความสามารถในการเขียน พูดหรือสื่อสารออกไปอย่างมีกาลเทศะตามสถานการณ์ต่าง ๆ เมื่อน้อง ๆ เป็นผู้พูดหรือผู้ฟัง รวมไปถึงต้องรู้ว่าหัวข้อที่กำลังสนทนาเป็นเรื่องอะไรเพื่อที่จะได้ใช้ถ้อยคำอย่างเหมาะสม

ตัวอย่างโจทย์ ความสามารถในการใช้ภาษา

โจทย์ ความสามารถในการใช้ภาษา Tgat2

วามสามารถในการอ่าน คือ การวัดความสามารถในการอ่านจับใจความ ตีความ และสรุปความ รวมไปถึงหาจุดประสงค์ เจตนา และอารมณ์ของผู้เขียนซึ่งอาจจะสามารถอนุมานได้หรืออนุมานไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่ของน้อง ๆ ที่ต้องวิเคราะห์จากบทความสั้น ๆ ที่ข้อสอบให้มา 

ตัวอย่างโจทย์ ความสามารถในการอ่าน

ตัวอย่างโจทย์ TGAT2 ความสามารถในการอ่าน

ความสามารถในการเข้าใจภาษา คือ ข้อสอบที่เน้นการเข้าใจในสำนวน สุภาษิตไทยแล้วนำมาปรับใช้กับประโยค หรือในสังเกตว่าประโยคที่ให้มา ใช้คู่กับสำนวนแล้วสื่อความหมายได้ถูกต้องหรือไม่

ตัวอย่างโจทย์ ความสามารถในการเข้าใจภาษา

ความสามารถในการเข้าใจภาษา tgat2

TGAT ความสามารถทางตัวเลข

อนุกรมมิติ  : อนุกรม (Number Series) คือ การหาความสัมพันธ์ของตัวเลขที่ให้มา และต้องมีความสัมพันธ์ในลักษณะที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยโจทย์จะให้หาตัวเลขตัวสุดท้ายหรือตัวที่หายไป ซึ่งวิธีในการหาอนุกรม จะไม่ตายตัวขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของกลุ่มตัวเลขนั้น ๆ

ตัวอย่างโจทย์ ความสามารถทางตัวเลข อนุกรมมิติ

อนุกรมมิติ ความสามารถทางตัวเลข tgat2

การเปรียบเทียบเชิงปริมาณ คือ โจทย์จะมีปริมาณทั้งหมด 3 ปริมาณ แล้วให้พิจารณาว่าปริมาณใดมีค่ามากที่สุด หรือทุกปริมาณมีค่าเท่ากัน หรือข้อมูลไม่เพียงพอที่จะเปรียบเทียบ

ตัวอย่างโจทย์ ความสามารถทางตัวเลข การเปรียบเทียบเชิงปริมาณ

ความสามารถทางตัวเลข tgat2 การเปรียบเทียบเชิงปริมาณ

ความเพียงพอของข้อมูล คือ โจทย์จะให้คำถามมา แล้วให้ข้อมูลมา 2 ข้อมูล น้อง ๆ จะต้องพิจารณาว่า ใช้ข้อมูลใดที่สามารถหาคำตอบได้ทันที แต่บางข้ออาจใช้ข้อมูลใดก็ได้ บางข้อต้องใช้ทั้งสองข้อมูลร่วมกันจึงจะหาคำตอบได้ และบางข้อแม้จะใช้ข้อมูลทั้งสองก็ยังไม่เพียงพอที่จะตอบคำถาม น้องจะต้องคิดโจทย์ส่วนนี้ให้ดี ๆ น้า

ตัวอย่างโจทย์ ความสามารถทางตัวเลข ความเพียงพอของข้อมูล

ความสามารถทางตัวเลข tgat2 ความเพียงพอของข้อมูล

โจทย์ปัญหา คือ โจทย์ทางคณิตศาสตร์ แต่จะเป็นการคำนวณโดยใช้ความรู้ไม่เกินมัธยมศึกษาตอนต้น โดยบางข้ออาจใช้การทำตรง ๆ หรืออาจใช้มุมมองบางอย่างในการคำนวณอย่างรวดเร็วก็เป็นไปได้

ตัวอย่างโจทย์ ความสามารถทางตัวเลข โจทย์ปัญหา

ความสามารถทางตัวเลข โจทย์ปัญหา tgat2

TGAT ความสามารถทางมิติสัมพันธ์

ข้อสอบด้านมิติสัมพันธ์ คือ ข้อสอบที่น้อง ๆ จะต้องมองภาพและคาดเดาภาพในมุมต่าง ๆ ข้อสอบส่วนนี้จะมีลักษณะ
4 แบบย่อย คือ แบบพับกล่อง / แบบหาภาพต่าง / แบบหมุนภาพสามมิติ / แบบประกอบภาพ

ตัวอย่างโจทย์ ความสามารถทางมิติสัมพันธ์

ความสามารถทางมิติสัมพันธ์ tgat2

 TGAT ความสามารถทางเหตุผล

ความสามารถทางเหตุผล คือ ข้อสอบที่น้อง ๆ จะต้องมองภาพ มี 4 ด้าน คือ อนุกรมภาพ / อุปมาอุปไมยภาพ นอกจากนี้ยังมีส่วนที่ต้องอ่านเพื่อวิเคราะห์ความและสรุปความด้วย

ตัวอย่างโจทย์ ความสามารถทางเหตุผล

ความสามารถทางเหตุผล tgat2

ตัวอย่างโจทย์ แบบสรุปความ

แบบสรุปความ tgat2

ตัวอย่างโจทย์ แบบวิเคราะห์ข้อความ

แบบวิเคราะห์คำถาม tgat2

TGAT2 มีกี่ข้อ ? คิดคะแนนยังไง ?

จากข้อสอบทั้งหมด 4 ส่วนจะรวมกันได้ทั้งหมด 80 ข้อซึ่งต้องมาแปลงเป็น 100 คะแนนอีกที โดยสามารถคำนวนได้ตามนี้

 

ะแนน TGAT2 (เต็ม 100) = คะแนน TGAT2 (เต็ม 80) × 5 ÷ 4

 

ตัวอย่าง ถ้าน้องได้คะแนนจากทุกพาร์ตรวมกัน 40 คะแนน จากคะแนนเต็ม 80 คะแนน จะได้เป็น คะแนน TGAT2 = 40 × 5 ÷ 4 = 50 คะแนน

TGAT3 คืออะไร ?

TGAT3  คือ ข้อสอบสมรรถนะการทำงานในอนาคต (Future Workforce Competencies) เป็นส่วนหนึ่งข้อสอบของ TGAT ที่เน้นให้น้อง ๆ ได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ บทบาท หน้าที่หรือเงื่อนไขต่าง ๆ โดยต้องทำความเข้าใจความต้องการของโจทย์ และสำคัญที่สุดก็คือ เข้าใจวิธีการตอบคำถาม ซึ่งทุกคำตอบจะมีคะแนนที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่
0 – 1 คะแนน 
(0, 0.25, 0.50, 0.75, 1) 

ซึ่งข้อสอบ TGAT3 ทั้งหมดมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน มีเวลาทำข้อสอบ 3 ชั่วโมง (สามารถแบ่งเวลาทำข้อสอบกับพาร์ตอื่น ๆ เองได้เลยย) ถ้าน้อง ๆ เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า รู้จักโครงสร้างข้อสอบ จำนวนข้อที่ต้องตอบและสำคัญ คือ วิธีการตอบก็จะทำให้เราเก็บคะแนนใน TGAT3 ได้ไม่ยากเลยย เพราะทุกข้อมีคะแนนหมดนั่นเอง ^__^

TGAT3 มีอะไรบ้าง ?

TGAT การสร้างคุณค่าและนวัตกรรม

การสร้างคุณค่าและนวัตกรรม คือ การอ่านข้อสอบและวิเคราะห์สถานการณ์โดยใช้หลัก Critical thinking + Data sufficiency + Logical reasoning เพื่อเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น หาแนวทางในการแก้ไขปัญหา และหาทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เช่น การคิดต้นทุนของสินค้า การหาต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น การกำหนดประเด็นสนับสนุนหรือประเด็นโต้แย้งกับข้อความที่โจทย์ให้มา การแก้ปัญหารวมถึงการสร้างโอกาสใหม่โดยใช้จุดแข็งที่มี มีจำนวน 15 ข้อ ซึ่งคำตอบทุกตัวเลือกจะมีคะแนน ซึ่งไล่ตั้งแต่ 0-1 คะแนน (0, 0.25, 0.50, 0.75, 1) 

ตัวอย่างโจทย์ การคิดเชิงวิเคราะห์

โจทย์TGAT การสร้างคุณค่าและนวัตกรรม TGAT3

 

TGAT การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน

การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน คือ ข้อสอบที่ประกอบด้วยส่วนของสถานการณ์สมมติ และอิงตามสถานการณ์ โดย 1 สถานการณ์จะใช้ตอบคำถาม 3 – 4 ข้อ เท่านั้นยังไม่พอ บางข้อยังมีวิธีการตอบได้หลายคำตอบ ซึ่งเป็นการตอบ
ที่เฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษด้วย มีทั้งหมด 15 ข้อ อ้างอิงจาก Test Blueprint ตามนี้เลยย

ตัวอย่างโจทย์ การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน

การแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพ tgat3

TGAT การบริหารจัดการอารมณ์

การบริหารจัดการอารมณ์ คือ ข้อสอบที่ประกอบด้วยความตระหนักรู้ในตนเอง การควบคุมอารมณ์และบุคลิกภาพ ความเข้าใจผู้อื่น เป็นข้อสอบแบบวัดทัศนคติ 4 ระดับ มีจำนวน 15 ข้อ โดยทุกคำตอบจะมีคะแนนลดหลั่นไปตามความถูกต้องของคำตอบ ตั้งแต่ 0-1 คะแนน เหมือนกับพาร์ตการสร้างคุณค่าและนวัตกรรม

ตัวอย่างโจทย์ การบริหารจัดการอารมณ์

การบริหารจัดการอารมณ์ โจทย์ TGAT3

TGAT การเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมของสังคม

การเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมของสังคม คือ ข้อสอบประกอบด้วยการมุ่งเน้นการบริการสังคม จิตสำนึกและรับผิดชอบ
ต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่น เป็นข้อสอบแบบวัดทัศนคติ 4 ระดับ มีจำนวน 15 ข้อ
โดยทุกคำตอบจะมีคะแนนลดหลั่นไปตามความถูกต้องของคำตอบ ตั้งแต่ 0-1 คะแนน เหมือนกับพาร์ตก่อนหน้า

ตัวอย่างโจทย์ การเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมของสังคม

การเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมของสังคม tgat3

TGAT3 มีกี่ข้อ ? คิดคะแนนยังไง ?

น้อง ๆ อาจจะสังเกตได้ว่าข้อสอบนั้นแม้จะมีคะแนนหลายแบบแต่ก็สูงสุดที่ 1 คะแนนและจำนวนข้อก็มีเพียง 60 ข้อเท่านั้น
ในส่วนของ TGAT3 ซึ่งถ้าหากน้อง ๆ ต้องการคำนวณคะแนนด้วยตัวเองก็จะต้องทำตามนี้น้า

ตัวอย่าง ถ้าน้องได้คะแนนจากทุกพาร์ตรวมกัน 45 คะแนน จากคะแนนเต็ม 60 คะแนน จะได้เป็น

 

ะแนน TGAT3 (เต็ม 100) = คะแนน TGAT3 (เต็ม 60) × 5 ÷ 3

 

ตัวอย่าง ถ้าน้องได้คะแนนจากทุกพาร์ตรวมกัน 45 คะแนน จากคะแนนเต็ม 60 คะแนน จะได้เป็น คะแนน TGAT3 = 45 × 5 ÷ 3 = 75 คะแนน

TGAT3 คิดคะแนนยังไง ?

ดูคลิปติวแนะแนว TGAT2, TGAT3

ดูคลิปติววิชาอื่นๆ ได้ที่ Youtube : SmartMathPro

รูปแบบการสอบ TGAT

สำหรับ TCAS67 สามารถเลือกสอบ TGAT ได้ทั้งคอมพิวเตอร์และกระดาษ แถมค่าสมัครสอบยังราคาเท่ากันด้วย
คือ 140 บาท เพราะปี 66 เป็นปีแรกที่มีการสอบด้วยคอมพิวเตอร์ ทางทปอ.จึงลดราคาให้เท่ากับการสอบด้วยกระดาษ แต่น้อง ๆ Dek68 จะมีค่าใช้จ่ายเท่าไร ต้องรอติดตามประกาศจากทปอ. น้า 

ขอกระซิบเพิ่มเติม การสอบด้วยคอมพิวเตอร์จะใช้ระบบเดียวกับการสอบ PISA (Programme for International Student Assessment) หรือการประเมินสมรรถนะผู้เรียนตามมาตรฐานสากล ถ้าใครอยากรู้คะแนนสอบแบบเร็วๆ
ก็สามารถเลือกสอบแบบคอมพิวเตอร์ได้เลย !!

ป.ล. การสอบแบบคอมพิวเตอร์ไม่ใช่การสอบ online ที่บ้านน้า แต่เป็นการสอบตามสนามสอบที่ทปอ.จัดไว้ให้เท่านั้น

ต้องสอบ TGAT ให้ครบทุกพาร์ตมั้ย ?

ไม่บังคับสอบน้า เพราะน้อง ๆ จะได้รับข้อสอบ TGAT แบบครบทั้ง 3 พาร์ตตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งทุกคนสามารถจัดสรรเวลาในการทำข้อสอบ หรือเลือกพาร์ตที่จะสอบได้เลย  แต่พี่แแนะนำให้สอบครบทั้ง 3 พาร์ตดีกว่าน้า เพราะมหาลัยฯ
ส่วนใหญ่กำหนดใช้คะแนน TGAT ครบทุกพาร์ตอยู่แล้ว

ข้อสอบ TGAT เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ?

สำหรับ TGAT 1 การสื่อสารภาษาอังกฤษจะเป็นภาษาอังกฤษตามชื่อของข้อสอบอยู่แล้ว แต่ TGAT 2 และ TGAT 3
น้อง ๆ ทุกคนสามารถเลือกสอบเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้

ถึงแม้สิ่งที่ออกสอบจะไม่ใช่เรื่องที่เรียนในโรงเรียน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แค่ฝึกทำโจทย์บ่อย ๆ
ฝึกคิดวิเคราะห์ หรือจะลองเรียนพิเศษเพิ่มเติมก็ดีเหมือนกันน้า

ควรได้คะแนน TGAT2 TGAT3 เท่าไหร่ ?

จริง ๆ แล้ว มันขึ้นอยู่กับความยากง่ายของข้อสอบ (ถ้าข้อสอบง่าย คะแนนจะเฟ้อ ถ้าข้อสอบยาก คะแนนจะฝืด) แต่ก็มีปัจจัยอื่น ๆ ด้วยเหมือนกัน เช่น เกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ เป็นต้น แต่พี่เชื่อว่าถ้า Dek68 เตรียมตัวอ่านหนังสืออย่างเต็มที่และฝึกทำโจทย์และข้อสอบเยอะ ๆ ไม่ว่าจะเจอกับข้อสอบแบบไหนก็ทำได้แน่นอนนน

และถ้าใครอยากติวเข้ม เตรียมสอบสนาม TGAT2,3 พี่ปั้นมีเปิดคอร์สสอนร่วมกับอ.ขลุ่ย ด้วยน้าา สอนเนื้อหาและพาลุยโจทย์จัดเต็ม อิงตาม Test Blueprint ปีล่าสุด ยังมีแถมฟรี Unseen Mock Test ให้ไป ฝึกจับเวลาสอบอีก 1 ชุด
ใครสนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลยย

บทความ แนะนำ

บทความ แนะนำ

A-Level คืออะไร ?
A-Level คืออะไร ? มีวิชาอะไรบ้าง ? พร้อมแจกตารางสอบ A-Level 68
สรุป TPAT1 กสพท67 ฉบับอัปเดตล่าสุด
TPAT1 กสพท คืออะไร? กสพท 68 สอบอะไรบ้าง สรุปสิ่งที่ควรรู้ก่อนสอบ กสพท
Dek68 จะสอบเข้ามหาลัยฯ ต้องเตรียมตัวยังไง ?
Dek68 สอบเข้ามหาลัยฯ ควรเริ่มยังไง? สรุปทุกขั้นตอนควรรู้ของ TCAS68
เตรียมตัวอ่านหนังสือ TCAS68 ยังไงให้สอบติด
เตรียมสอบเข้ามหาลัยฯ TCAS68 ยังไง พร้อมแจกวิธีอ่านหนังสือให้ Dek68

สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ 

Line : @smartmathpronews  รวมถึงข่าวสารต่าง ๆ อัปเดตอย่างเรียลไทม์

FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น 

IG : pan_smartmathpro

Twitter : @PanSmartMathPro 

Tiktok : @pan_smartmathpro

Share