
อยากเข้าคณะแพทย์ ต้องสอบอะไรบ้าง ? พี่เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนที่สนใจอยากเรียนหมอ หรือมีคณะแพทย์เป็นหนึ่งในตัวเลือก คงจะสงสัยและอยากรู้เกี่ยวกับการสอบเข้าแพทย์กันใช่มั้ยย อย่างเช่น คณะแพทย์ สามารถยื่นได้กี่รอบ ? สอบอะไรบ้าง ?
จริง ๆ การเข้าคณะแพทย์ สามารถยื่นคะแนนได้ทั้ง 4 รอบในระบบ TCAS เลย ซึ่งคะแนนที่ใช้ก็จะแตกต่างกันออกไป และเพื่อให้ทุกคนได้คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ พี่จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่าคณะแพทย์ สอบอะไรบ้าง ? แบบครบทุกรอบ พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับการเรียนหมออีกมากมายในบทความ !!
สนใจหัวข้อไหน ... กดอ่านเลย
Toggleคณะแพทย์ สอบอะไรบ้าง ? แต่ละรอบใช้คะแนนอะไร ?
รอบ 1 Portfolio
คณะแพทยศาสตร์ ในรอบ Portfolio เหมาะกับน้อง ๆ สายสะสมผลงาน ที่มีทักษะหรือคุณสมบัติพิเศษตามที่มหาลัยฯ กำหนด รอบนี้จะเปิดรับเป็นโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการผลิตแพทย์นักวิทยาการข้อมูล, โครงการโอลิมปิกวิชาการ เป็นต้น
โดยในรอบนี้ กรรมการจะเอา Portfolio ที่น้อง ๆ ทำมาพิจารณา นอกจากนี้ก็จะมีการพิจารณาจากผลงานหรือคะแนนสอบต่าง ๆ เพิ่มเติมด้วยน้า
เกณฑ์การคัดเลือกรอบ 1 Portfolio
GPAX ขั้นต่ำ, ผลงาน รางวัล หรือเกียรติบัตรที่เกี่ยวกับวิชาชีพแพทย์, ผลสอบอื่น ๆ เพิ่มเติมอย่าง BMAT หรือ TOEFL เป็นต้น และอาจมีรายละเอียดอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยกำหนด
ตัวอย่างเกณฑ์การคัดเลือกคณะแพทยศาสตร์ รอบ 1 Portfolio
- GPAX ขั้นต่ำ 3.50
- มีคะแนนสอบภาษาอังกฤษ อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ TOEFL iBT ไม่ต่ำกว่า 80 หรือ IELTS (Academic modules) ไม่ต่ำกว่า 6.5
- มีผลงานโดดเด่นในด้านต่าง ๆ เช่น รางวัลโอลิมปิกวิชาการ, ผลงานด้านวิชาการ, ผลงานด้านศิลปะ, ผลงานเพื่อสาธารณประโยชน์, ผลงานด้านศิลปะ กีฬา ความเป็นผู้นำตั้งแต่ระดับโรงเรียนขึ้นไป, ผลงานเพื่อสาธารณประโยชน์, ผลงานอื่น ๆ ที่สะท้อนคุณสมบัติเฉพาะของน้อง ๆ ในปัจจุบัน
- มีผลการเรียนเฉลี่ย หรือ ผลคะแนน อย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้
- ผลการเรียน
- GPA กลุ่มวิชาชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์ หรือ คณิตศาสตร์ ทุกวิชาขั้นต่ำ 3.50 หรือ
- ผลคะแนน
- คะแนน A-Level วิชา Biology, Chemistry และ Mathematics หรือ Physics ทุกวิชาต้องได้ขั้นต่ำ A หรือ
- คะแนน IB วิชา Higher Level Biology ไม่ต่ำกว่า 6, Chemistry ไม่ต่ำกว่า 6 , Mathematics – Standard Level ไม่ต่ำกว่า 6 หรือ Mathematics – Higher Level ไม่ต่ำกว่า 5 หรือ Physics ไม่ต่ำกว่า 6 หรือ
- คะแนน AP Subject Tests Biology, Chemistry และ Calculus AB หรือ Calculus BC หรือ Physics 1 – Algebra Based โดยคะแนนทุกวิชาต้องไม่ต่ำกว่า 4
- ผลการเรียน
ช่วงที่เปิดรับสมัคร : เดือนกันยายน – ธันวาคม ขึ้นอยู่กับกำหนดการของแต่ละมหาลัยฯ
ช่องทางการสมัคร : เว็บไซต์มหาลัยฯ
รอบ 2 Quota
คณะแพทยศาสตร์ รอบ 2 โควตา เหมาะกับน้อง ๆ ที่มีทักษะ ความสามารถพิเศษ หรือคนที่มีภูมิลำเนาตรงตามคุณสมบัติที่มหาลัยฯ กำหนด โดยรอบนี้จะเปิดรับสมัครเป็นโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการโรงเรียนในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัย, โครงการโอลิมปิกวิชาการ หรือ โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบทร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขหรือโรงพยาบาล เป็นต้น
เกณฑ์การคัดเลือกรอบ 2 Quota
GPAX ขั้นต่ำ, คะแนนสอบ A-Level, TGAT, TPAT หรือคุณสมบัติอื่น ๆ เฉพาะโครงการ เช่น โครงการภาคเหนือ ก็จะรับนักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนของพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งแต่ละโครงการก็จะกำหนดไม่เหมือนกัน แนะนำให้น้อง ๆ ดูประกาศรับสมัครจากทางมหาลัยฯ ให้ดี ๆ น้า
ตัวอย่างเกณฑ์การคัดเลือกคณะแพทยศาสตร์ รอบ 2 Quota
- มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน
- มีหน่วยกิตครบ ดังนี้
- กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ (วิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม) : ขั้นต่ำ 22 หน่วยกิต
- กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ (วิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม) : ขั้นต่ำ 12 หน่วยกิต
- กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ (วิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานและเพิ่มเติม) : ขั้นต่ำ 9 หน่วยกิต
**สำหรับหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ให้น้อง ๆ ดูรายวิชาต่าง ๆ เทียบเท่าเกณฑ์หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนสำหรับหมวดวิชาวิทยาศาสตร์ให้แสดงหลักฐานว่าได้ศึกษาภาคปฏิบัติการเทียบเท่าหลักสูตร
การศึกษาในโรงเรียน
- คะแนน TGAT รวมเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย – สองเท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
- คะแนน A-Level ของวิชาใดวิชาหนึ่งในจำนวน 16 วิชา ขั้นต่ำ 25 คะแนน
- สอบสัมภาษณ์
ช่วงที่เปิดรับสมัคร : กุมภาพันธ์ – เมษายน ขึ้นอยู่กับกำหนดการของแต่ละมหาลัยฯ
ช่องทางการสมัคร : เว็บไซต์มหาลัยฯ
รอบ 3 Admission (กสพท)
คณะแพทยศาสตร์ รอบ 3 Admission เหมาะกับน้อง ๆ ที่ต้องการยื่นแค่คะแนนสอบกลางเพียงอย่างเดียว โดยรอบนี้เป็นรอบที่เปิดรับมากที่สุดและใช้เกณฑ์คะแนน สัดส่วนคะแนน เหมือนกันทั้งหมด คือใช้คะแนน A-Level และ TPAT1
เกณฑ์คะแนนรอบ 3 Admission กสพท
- คะแนน TPAT1 30% แบ่งเป็น
- พาร์ตเชาวน์ปัญญา 10%
- พาร์ตจริยธรรมแพทย์ 10%
- พาร์ตความคิดเชื่อมโยง 10%
- คะแนน A-Level 70% แบ่งเป็น
- วิทย์ (ฟิสิกส์, เคมี, ชีวะ) 28%
- คณิต 1 14%
- อังกฤษ 14%
- ภาษาไทย 7%
- สังคม 7%

ตัวอย่างมหาลัยที่เข้าร่วม กสพท
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ศิริราชพยาบาล)
- คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
ช่วงที่เปิดรับสมัคร : พฤษภาคม (รอบ 3 รับสมัครช่วงเดียวกันทั้งหมดทุกมหาลัยฯ)
ช่องทางการสมัคร : เว็บไซต์ myTCAS
รอบ 3 Admission (เกณฑ์รับตรง)
นอกจากรอบ กสพท แล้ว ก็อาจจะมีบางมหาลัยฯ ที่ไม่ได้เข้าร่วม กสพท เปิดรับคณะแพทยศาสตร์รอบ 3 เป็นเกณฑ์รับตรงอยู่เหมือนกันน้า ใครที่จะยื่นในรอบนี้ พี่แนะนำให้เช็กเกณฑ์คะแนนได้จากเว็บไซต์มหาลัยฯ เลยยย
ช่วงที่เปิดรับสมัคร : เดือนพฤษภาคม (รอบ 3 รับสมัครช่วงเดียวกันทั้งหมดทุกมหาลัยฯ)
ช่องทางการสมัคร : เว็บไซต์ myTCAS
รอบ 4 Direct Admission
คณะแพทยศาสตร์ รอบ 4 รับตรงอิสระ (Direct Admission) เหมาะกับน้อง ๆ ที่ยังสอบไม่ติดหรือสอบติดคณะไม่ตรงใจในรอบ 1-3 และอยากจะลองยื่นใหม่ ซึ่งรอบนี้ก็มีเปิดรับคณะแพทย์เหมือนกันน้า แต่อาจจะมีน้อยกว่ารอบอื่น ๆ เพราะไม่ได้เปิดทุกมหาลัยฯ นั่นเอง
เกณฑ์คะแนนรอบ 4 Direct Admission
คะแนน TGAT, TPAT, A-Level, GPAX และอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับมหาลัยฯ กำหนด
ตัวอย่างเกณฑ์คะแนนคณะแพทยศาสตร์ รอบ 4 Direct Admission
คณะแพทยศาสตร์ ม.บูรพา (โครงการผลิตแพทย์เพิ่ม)
- เรียนจบชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า
- มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน
- คะแนน TPAT1 30% + A-Level 70%
- การสอบสัมภาษณ์ 20%
ช่วงที่เปิดรับสมัคร : เดือนมิถุนายน (ขึ้นอยู่กับกำหนดการของแต่ละมหาลัยฯ)
ช่องทางการสมัคร : เว็บไซต์มหาลัยฯ
หมายเหตุ : เกณฑ์รอบ 1 Portfolio และรอบ 3 Admission เป็นของปี 69 ส่วนของรอบ 2 Quota และรอบ 4 Direct Admission เป็นของปี 68 อยู่ ถ้ามีการอัปเดตของปี 69 แล้วพี่จะมาบอกน้าา
อยากเรียนหมอ เตรียมตัวอย่างไร
หลังจากเห็นคะแนนไปแล้ว น้อง ๆ หลายคนก็คงจะอยากได้เทคนิคในการอ่านหนังสือสอบใช่มั้ยย ซึ่งวันนี้พี่ก็ได้เตรียมทริคเตรียมตัวดี ๆ ของรุ่นพี่แพทยศาสตร์ พี่พิม จากบทความ “เรียนหมอ” เรียนอะไรบ้าง? อยากเรียนหมอ ต้องเตรียมตัวอย่างไร? มาให้ทุกคนแล้ววว
1. ทบทวนบทเรียนบ่อย ๆ
ในการสอบเข้าคณะแพทย์นั้นค่อนข้างใช้หลายวิชามาก ๆ และวิชาเฉพาะแพทย์ กสพท ทั้ง 3 พาร์ต ก็ไม่ได้มีสอนในโรงเรียน ทั้งนี้น้อง ๆ อาจจะต้องหาเวลาว่างหลังเลิกเรียนหรือวันหยุดมาทบทวนทบทวนบ่อย ๆ จะได้ช่วยให้จำและเข้าใจเนื้อหายิ่งขึ้นนน
2. ทำข้อสอบเก่าช่วยให้รู้แนวข้อสอบ
การทำข้อสอบเก่าจะช่วยให้รู้แนวโจทย์ต่าง ๆ มากขึ้น ทำไปดูเฉลยไป ตรงไหนที่ทำผิดก็ให้จดไว้ อย่าไปกลัวว่า การดูเฉลยเป็นสิ่งที่ผิด ให้คิดว่า การดูเฉลยเป็นสิ่งที่ทำให้เรียนรู้ได้ถูกต้องมากกว่า ซึ่งหลังจากที่ดูเฉลยแล้ว ให้น้อง ๆ เอาโจทย์กลับมาทำใหม่อีกครั้ง จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นนน
แต่พี่แนะนำว่าให้น้อง ๆ เสริมเนื้อหาให้แข็งแรงก่อนน้า ไม่งั้นเวลามาทำข้อสอบเก่า ๆ อาจจะไม่เข้าใจโจทย์ได้ เพราะวิธีทำข้อสอบเก่าค่อนข้างเหมาะกับคนที่แม่นเนื้อหาประมาณหนึ่งแล้วและต้องการทบทวนความเข้าใจของตัวเอง
TPAT1 เป็นวิชาที่ไม่มีสอนในหลักสูตรของโรงเรียน ทำให้น้อง ๆ ที่ใฝ่ฝันอยากจะเข้าคณะกลุ่มหมออาจรู้สึกกังวลได้ว่าจะเตรียมตัวสอบไม่ถูก หรือไม่แน่ใจว่าควรเก็บเนื้อหาหรือฝึกทำโจทย์ยังไงถึงจะตรงจุดที่สุด ใครที่กำลังกังวลเรื่องนี้อยู่ วันนี้พี่มีตัวช่วยดี ๆ มาแนะนำอย่างคอร์สเตรียมสอบ TPAT1 ที่พี่สอนร่วมกับ อ.ขลุ่ย และพี่หมออู๋ ให้เลยยย
โดยคอร์สนี้จะสอนครบทุกพาร์ตของ TPAT1 ตั้งแต่ปูพื้นฐานเนื้อหา (คนที่ไม่มีพื้นฐานก็เรียนได้) พาตะลุยโจทย์หลายระดับแบบจัดเต็ม พร้อมบอกเทคนิคและแนวคิดในการทำข้อสอบแต่ละพาร์ตที่จะช่วยให้น้อง ๆ ทำข้อสอบได้ทันเวลา และเพิ่มโอกาสในการอัปคะแนนอีกด้วย
แนะนำให้เริ่มเตรียมสอบกันตั้งแต่ตอนนี้เลย น้อง ๆ จะได้มีเวลาทบทวนเนื้อหาและฝึกทำโจทย์ให้พร้อมยิ่งขึ้น และที่สำคัญ ถ้าสมัครคอร์ส TPAT1 ตั้งแต่ตอนนี้ พี่มี Unseen Mock Test ชุดพิเศษ 1 ชุด แถมไปให้พร้อมสิทธิพิเศษประจำเดือนอีกมากมายด้วยน้า ถ้าน้อง ๆ คนไหนสนใจคอร์ส TPAT1 สามารถ คลิก เข้ามาดูรายละเอียดได้เลยย
Q&A ตอบคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการเรียนหมอ
พี่อยากให้โฟกัสที่ความตั้งใจมากกว่า ให้น้อง ๆ ลองถามตัวเองว่าเรามีความตั้งใจแค่ไหนที่จะเรียนหมอ พร้อมจะสู้เมื่อเจออุปสรรคระหว่างการเรียนมั้ย ถ้าตั้งใจจริงแล้ว ก็ลุยเลย ลองทำให้เต็มที่ดูก่อน ตรงไหนที่คิดว่าตัวเองไม่แม่นก็เสริมตรงจุดนั้นเพิ่มเยอะ ๆ
ปัจจุบัน สำหรับน้อง ๆ ที่อยากจะเข้าคณะในกลุ่มสายหมอ กสพท สามารถยื่นคะแนนในรอบ 3 กสพท ได้แบบไม่จำกัดสายการเรียนแล้ว แต่สำหรับรอบอื่น ๆ อย่างรอบ 1, 2 และ 4 อาจจะต้องดูคุณสมบัติตามที่มหาลัยฯ ประกาศไว้เพิ่มเติมว่ากำหนดสายการเรียนมั้ย
อย่างที่พี่บอกเลย ตอนนี้คณะแพทยศาสตร์ รอบ 3 กสพท ไม่ได้จำกัดสายการเรียนแล้ว ทำให้น้อง ๆ สามารถยื่นคะแนนในรอบนี้ได้ แต่รอบอื่น ๆ อาจจะต้องดูคุณสมบัติอีกที ซึ่งถ้าไม่ได้กำหนดสายการเรียนก็ยื่นสมัครได้ตามปกติ
แต่น้อง ๆ สายศิลป์หลายคนที่อยากเรียนหมอก็อาจมีความกังวลอยู่ว่าจะเรียนหมอไหวมั้ย หรือถ้าอยากเรียนหมอจริง ๆ ต้องเริ่มเตรียมตัวยังไง พี่ก็มีสรุปไว้ให้แล้วน้า รวมไปถึงสิ่งที่น้อง ๆ สายศิลป์ควรรู้ก่อนเรียนหมอด้วย ใครสนใจคลิกอ่านบทความได้เลยย >> สายศิลป์เรียนหมอได้ไหม? ต้องยื่น TCAS รอบไหน? ใครจะสอบหมอควรอ่าน!
ดูคลิปติวและแนะแนว TPAT1 69
น้อง ๆ สามารถเลือกคลิปติวและคลิปแนะแนวที่สนใจดูได้โดยการคลิปที่ มุมขวาบนของคลิป เลยน้าา
ติดตามคลิปติว TPAT1 อื่น ๆ ได้ทาง YouTube Channel : SmartMathPro
พี่หวังว่าข้อมูลที่เตรียมมาให้ในวันนี้จะช่วยให้น้อง ๆ ได้รู้เกี่ยวกับการยื่นคะแนนในรอบต่าง ๆ ของคณะแพทย์ และได้วิธีเตรียมตัวสอบหมอรวมไปถึงหายข้องใจในคำถามที่อาจจะเคยสงสัยกันไปได้น้าา
ถ้าใครรู้ตัวแล้วว่าตัวเองเหมาะจะยื่นสมัครรอบไหน พี่แนะนำให้ศึกษาเกณฑ์คะแนนรวมไปถึงคุณสมบัติอื่น ๆ ที่มหาลัยฯ กำหนดเพิ่มเติมด้วยน้า และที่สำคัญอย่าลืมวางแพลนเตรียมตัวสอบกันด้วย สามารถเริ่มอ่านหนังสือได้ตั้งแต่วันนี้เลย ยิ่งเริ่มเตรียมตัวเร็วมากเท่าไร ก็ยิ่งมีเวลาเก็บเนื้อหา + ทบทวนเพิ่มมากขึ้นด้วยย
บทความ แนะนำ
บทความ แนะนำ

พี่เตย ทีมบทความ SmartMathPro
ป.ตรี คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ม.มหิดล
พี่สาวที่ชื่นชอบการเล่าเรื่องต่าง ๆ ในวงการการศึกษา ทั้งอัปเดตข่าวสารมหาลัยฯ
แนะนำคณะ – อาชีพ และอื่น ๆ อีกเพียบที่พี่พร้อมจัดให้ทุกคนได้อ่านกันแบบจุก ๆ !

พี่เตย ทีมบทความ SmartMathPro
ป.ตรี คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ม.มหิดล
พี่สาวที่ชื่นชอบการเล่าเรื่องต่าง ๆ ในวงการการศึกษา ทั้งอัปเดตข่าวสารมหาลัยฯ แนะนำคณะ – อาชีพ และอื่น ๆ อีกเพียบที่พี่พร้อมจัดให้ทุกคนได้อ่านกันแบบจุก ๆ !
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่
Line : @smartmathpronews
FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น
IG : pan_smartmathpro
X : @PanSmartMathPro
Tiktok : @pan_smartmathpro
Lemon8 : @pan_smartmathpro