น้อง ๆ รู้ไหมว่าการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันของเรา เช่น การซื้ออาหาร การซื้อตั๋วรถโดยสาร หรือการใช้บริการโรงแรมที่พักต่าง ๆ ล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า “อุปสงค์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิชาเศรษฐศาสตร์
โดยวันนี้พี่จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจและเจาะลึกเรื่องอุปสงค์กันให้มากขึ้น รวมทั้งมีข้อสอบมาให้ลองฝึกทำกันด้วยย ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลยย
อุปสงค์คืออะไร ?
อุปสงค์ (Demand) คือ ความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการชนิดใดชนิดหนึ่งของผู้บริโภค โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- ความต้องการซื้อ
- ความเต็มใจที่จะซื้อ
- ความสามารถที่จะซื้อ (หากขาดความสามารถในการซื้อ จะไม่นับเป็นอุปสงค์)
ตัวอย่าง
สิ่งที่นับเป็นอุปสงค์ : นายกุ๊กต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ และมีเงินเพียงพอที่จะซื้อ
สิ่งที่นับไม่เป็นอุปสงค์ : นางไก่ต้องการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ไม่ได้จ่ายเงินจองตั๋วโดยสาร (เป็นเพียงความต้องการ แต่ไม่มีการซื้อ จึงไม่นับเป็นอุปสงค์)
อุปสงค์มีกี่ประเภท ?
อุปสงค์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
- อุปสงค์ส่วนบุคคล : ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าและบริการชนิดใดชนิดหนึ่งของผู้บริโภคแต่ละคน ณ ระดับราคาต่าง ๆ ในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง
ตัวอย่าง
จากกราฟแสดงให้เห็นถึงปริมาณความต้องการซื้อมะม่วงของนาย A และนาย B ณ ระดับราคากิโลกรัมละ 12, 16 และ 20 บาทตามลำดับ โดยทั้งสองคนมีปริมาณความต้องการซื้อที่แตกต่างกัน ในระดับราคาต่าง ๆ
- อุปสงค์รวมหรืออุปสงค์ตลาด : ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าและบริการชนิดใดชนิดหนึ่งของผู้บริโภคทุกคนในตลาด ณ ระดับราคาต่าง ๆ ในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง
ตัวอย่าง
จากกราฟแสดงให้เห็นถึงอุปสงค์ตลาดที่เป็นปริมาณความต้องการซื้อมะม่วงของนาย A และนาย B รวมกัน ณ ระดับราคาต่าง ๆ ซึ่งสรุปได้ว่า ณ ราคา 12 บาท อุปสงค์ตลาด คือ 15 กิโลกรัม, ราคา 16 บาท อุปสงค์ตลาด คือ 9 กิโลกรัม และราคา 20 บาท อุปสงค์ตลาด คือ 3 กิโลกรัม
กฎของอุปสงค์
กฎของอุปสงค์ (Law of Demand) คือ เมื่อระดับราคาสินค้าลดลง (P↓) ปริมาณความต้องการซื้อของผู้บริโภคก็จะเพิ่มมากขึ้น (Q↑) แต่หากระดับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น (P↑) ปริมาณความต้องการซื้อของผู้บริโภคก็จะลดลง (Q↓)
อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภค จะแปรผกผันกับระดับราคาของสินค้านั่นเอง
จากกราฟจะสังเกตได้ว่า ปริมาณส้มที่นางสาว A ซื้อจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับราคาของส้มในตลาด ซึ่งเป็นไปตามกฎของอุปสงค์ที่ความต้องการซื้อจะแปรผกผันกับราคา คือ เมื่อราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ความต้องการซื้อของผู้บริโภคจะลดลง แต่เมื่อราคาสินค้าลดลง ความต้องการซื้อของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นนั่นเอง
ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดอุปสงค์
นอกเหนือจากปัจจัยด้านราคาที่มีผลต่อการกำหนดอุปสงค์ของผู้บริโภคแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อความต้องการซื้อของผู้บริโภคอีกหลายประการ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
- รายได้ : เมื่อรายได้ของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นหรือลดลงจะส่งผลให้ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าและบริการเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้านั้น ๆ ได้แก่
- สินค้าปกติ : สินค้าที่ผู้คนทั่วไปจะบริโภคมากขึ้นเมื่อรายได้สูงขึ้น แต่หากรายได้ลดลงก็จะบริโภคน้อยลงไปด้วย เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง
- สินค้าด้อยคุณภาพ : สินค้าที่ผู้คนทั่วไปจะบริโภคน้อยลงเมื่อรายได้สูงขึ้น แต่หากมีรายได้ลดลงจะบริโภคมากขึ้น เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
- ราคาสินค้าชนิดอื่นที่เกี่ยวข้อง : การเปลี่ยนแปลงราคาของสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งอาจส่งผลต่ออุปสงค์ของสินค้า
อีกชนิดหนึ่ง เพราะเป็นสินค้าที่มีความสัมพันธ์กัน ได้แก่- สินค้าทดแทนกัน : สินค้า A และสินค้า B สามารถใช้แทนกันได้ ถ้าราคาสินค้า A แพงขึ้น คนจะซื้อสินค้า A ลดลง แล้วหันไปซื้อสินค้า B แทน เช่น เนื้อหมูและเนื้อไก่
- สินค้าใช้ประกอบกัน : ถ้าสินค้า A ราคาแพงขึ้น จะทำให้คนซื้อสินค้า A ลดลง และส่งผลให้คนซื้อสินค้า B
ลดลงตาม เพราะเป็นสินค้าที่ใช้ประกอบกัน เช่น รถยนต์และน้ำมันเชื้อเพลิง
- รสนิยมของผู้บริโภค : ความชื่นชอบ ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าและบริการ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามช่วงวัยหรือเพศ เช่น อุปสงค์ของครีมทาผิวที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยในกลุ่มผู้สูงวัยจะมากกว่ากลุ่มวัยรุ่น
- ฤดูกาล : การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลและสภาพดินฟ้าอากาศจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ เช่น ฤดูร้อน อุปสงค์ในการซื้อเครื่องปรับอากาศจะเพิ่มขึ้น
- วัฒนธรรม ประเพณี เทศกาล : ความเชื่อ ศาสนา ขนบธรรมเนียม มีผลต่อความต้องการและพฤติกรรมของ
ผู้บริโภค เช่น ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ อุปสงค์ในการซื้อดอกกุหลาบจะเพิ่มมากขึ้น - การคาดคะเนราคาในอนาคตของผู้บริโภค : การคาดการณ์เกี่ยวกับราคาสินค้าและบริการในอนาคตมีผลกระทบต่อปริมาณของอุปสงค์ เช่น หากมีการคาดการณ์ว่าพรุ่งนี้ราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้น วันนี้จะมีคนออกไปเติมน้ำมันมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากคาดการณ์ว่าพรุ่งนี้ราคาน้ำมันจะลดลง คนก็จะชะลอการเติมน้ำมันวันนี้ เพื่อรอเติมใน
วันพรุ่งนี้ที่ราคาลดลง
การเปลี่ยนแปลงระดับอุปสงค์
การเปลี่ยนแปลงระดับอุปสงค์จะเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ปัจจัยด้านราคา เช่น รายได้ของผู้บริโภค ราคาของสินค้าชนิดอื่นที่เกี่ยวข้องกัน เทศกาล ซึ่งทำให้เส้นอุปสงค์เกิดการเคลื่อนย้ายไปจากเส้นเดิม โดยแบ่งได้เป็น 2 กรณี ได้แก่
1. อุปสงค์เพิ่มขึ้น
ตัวอย่าง
สมมติให้ นมโปรตีน ณ ระดับราคา P1 ความต้องการบริโภคอยู่ที่ปริมาณ Q1 แต่ต่อมาเกิดกระแสการดูแลสุขภาพ
คนจึงหันมาดื่มนมโปรตีนมากขึ้น ทำให้ ณ ระดับราคาเดิม ความต้องการดื่มบริโภคโปรตีนจึงเพิ่มขึ้นเป็น Q2
เส้นอุปสงค์จึงเคลื่อนที่ไปทางขวาของเส้นเดิม จากเส้น D1 เป็นเส้น D2 ดังภาพ
2. อุปสงค์ลดลง
ตัวอย่าง
กาแฟดำสำเร็จรูปและน้ำตาลเป็นสินค้าที่ใช้ประกอบกัน โดยแต่เดิม ณ ระดับราคา P1 ความต้องการบริโภคกาแฟดำอยู่ที่ปริมาณ Q1 แต่ต่อมาน้ำตาลที่เป็นสินค้าที่ใช้ประกอบกันมีราคาเพิ่มขึ้น คนจึงบริโภคกาแฟน้อยลง ทำให้ ณ ระดับราคาเดิม ความต้องการบริโภคกาแฟจึงลดน้อยลงเป็น Q2 เส้นอุปสงค์จึงเคลื่อนที่ไปทางซ้ายของเส้นเดิม จากเส้น D1 เป็นเส้น D2 ดังภาพ
ติว A-Level สังคมกับ SmartMathPro
สำหรับสนามสอบ A-Level ก็จะเป็นอีกสนามที่มีความสำคัญมากเพราะสามารถใช้ยื่นคะแนนได้หลายคณะและเป็นวิชาที่ต้องอาศัยการเตรียมตัวค่อนข้างนาน สำหรับใครที่กลัวเตรียมตัวไม่ทันอยากจะประหยัดเวลาในการเตรียมสอบ
พี่ขอแนะนำคอร์สเรียนพิเศษสนาม A-Level ของ SmartMathPro ที่มีทั้ง A-Level คณิต 1,2 /
A-Level ภาษาอังกฤษ / A-Level ฟิสิกส์ / A-Level ภาษาไทย / A-Level สังคม / A-Level ชีววิทยา เลยน้าา
โดยสำหรับใครที่ไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนได้ เพราะพี่สอนตั้งแต่ปูพื้นฐาน ไปจนถึงพาทำโจทย์ตั้งแต่ระดับง่ายไปจนถึงความยากใกล้เคียงกับข้อสอบจริงเลย แถมมีเทคนิคในการทำข้อสอบอีกเพียบที่จะช่วยให้น้อง ๆ ทำข้อสอบได้เร็วขึ้น > <
และสำหรับใครที่ยังไม่เริ่ม เริ่มติวตอนนี้ก็ยังทันน้าา แอบกระซิบว่าถ้าสมัครคอร์สตั้งแต่ตอนนี้พี่มี Unseen Mock Test ชุดพิเศษ 1 ชุด แถมฟรีไปให้ลองทำพร้อมสิทธิพิเศษประจำเดือนอีกมากมายด้วย ถ้าน้อง ๆ คนไหนสนใจคอร์สเตรียมสอบ A-Level สามารถ คลิก เข้ามาดูรายละเอียดได้เลยย
ตัวอย่างข้อสอบเกี่ยวกับอุปสงค์ พร้อมเฉลย
ตอบ ตัวเลือกที่ 4
เพราะสถานการณ์ในปัจจุบัน สินค้า A มีปริมาณความต้องการซื้อมากกว่าความต้องการขาย ดังนั้น เมื่อผู้ขายเห็นว่าตลาดมีความต้องการสินค้า A เพิ่มมากขึ้น ในอนาคตผู้ขายจึงปรับราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณความต้องการซื้อของผู้บริโภคลดลง ซึ่งเป็นไปตามกฎของอุปสงค์ คือ เมื่อราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ความต้องการซื้อจะลดลง และเป็นไปตามกฎของอุปทาน คือ เมื่อราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ความต้องการขายจะเพิ่มขึ้นตาม
ตอบ ตัวเลือกที่ 3
เพราะอุปสงค์มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความต้องการซื้อ ความเต็มใจที่จะซื้อ และความสามารถ
ที่จะซื้อ ดังนั้น เหลืองที่กู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ จึงมีเงินที่จะสามารถซื้อคอมพิวเตอร์ได้ จึงถือว่าเกิดอุปสงค์ตามความหมายทางเศรษฐศาสตร์อย่างถูกต้อง
เป็นอย่างไรกันบ้างกับเนื้อหาที่พี่สรุปมาให้ พี่หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้อง ๆ เตรียมตัวสอบ A-Level สังคม หรือการสอบในโรงเรียนได้ดีขึ้น ซึ่งถ้าใครอยากทบทวนเนื้อหาเพิ่มเติมให้แม่นยิ่งขึ้น พี่ก็มีข้อสอบเรื่องอุปสงค์ให้ด้วยย
ไปลองทำกันได้น้าา
บทความ แนะนำ
บทความ แนะนำ
ทีมวิชาการสังคม
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการสังคมของสถาบัน SmartMathPro
ทีมวิชาการสังคม
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการสังคมของสถาบัน SmartMathPro
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่
Line : @smartmathpronews
FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น
IG : pan_smartmathpro
X : @PanSmartMathPro
Tiktok : @pan_smartmathpro
Lemon8 : @pan_smartmathpro





