ทีมวิชาการสังคม
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการสังคมของสถาบัน SmartMathPro
มีใครสังเกตไหมว่าสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นละคร นิยาย หรือซีรีส์
จนหลายคนอาจจะสงสัยว่า เหตุการณ์ที่เราเห็นตามสื่อต่าง ๆ เคยเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ไทยหรือไม่ เพราะวิถีชีวิตของคนสมัยก่อนค่อนข้างแตกต่างจากสมัยนี้
วันนี้พี่เลยจะพาทุกคนไปหาคำตอบในบทความ ประวัติศาสตร์ไทย ที่พี่ได้รวบรวมเนื้อหามาให้ครบทั้ง การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย และเรื่องอื่น ๆ บอกเลยว่านอกจากความรู้ที่สามารถนำไปใช้สอบที่โรงเรียนกับสอบ A-Level สังคม ได้แล้ว น้อง ๆ ยังสามารถนำความรู้นี้ไปเชื่อมโยงกับสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยที่เราชอบได้ด้วยน้า ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลยย
สนใจหัวข้อไหน ... กดอ่านเลย
Toggleประวัติศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งสาระที่อยู่ในเนื้อหาวิชาสังคมศึกษา โดยในเนื้อหา ม.ปลาย จะแบ่งเนื้อหาประวัติศาสตร์ออกเป็น 2 ส่วน คือ
แต่สำหรับวันนี้พี่จะขอพาน้อง ๆ ไปเจาะลึกเนื้อหาเฉพาะ ประวัติศาสตร์ไทย ให้ทุกคนเข้าใจไปถึงแก่นกัน ซึ่งจะมีเรื่อง
เกี่ยวกับอะไรบ้าง เลื่อนไปอ่านหัวข้อถัดไปกันได้เลย
ประวัติศาสตร์ไทย คือ การศึกษาเรื่องราวสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง วิถีชีวิตหรืออื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในอาณาจักรหรือดินแดนของประเทศไทยในช่วงยุคสมัยต่าง ๆ ซึ่งการเรียนประวัติศาสตร์ จะทำให้เราเข้าใจทั้งตนเอง ผู้อื่น และสังคมของเราด้วย
ดังนั้น การศึกษาประวัติศาสตร์ไทย หรือ การศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของผู้คนในชาติของเรา จะทำให้เราเข้าใจความเป็นมาของชาติ และรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชาติของเรามากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบันยังมีการนำความรู้ทางประวัติศาสตร์ไปบูรณาการ ต่อยอด สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจได้อีกมากมาย เช่น ละครย้อนยุคต่าง ๆ ที่หลายเรื่องก็มีพื้นฐานมาจากประวัติศาสตร์ไทยนั่นเองง
การศึกษาประวัติศาสตร์ เป็นการหาข้อเท็จจริงของสังคมจากหลักฐานหรือร่องรอยที่เกี่ยวข้องกับอดีต โดยหลักฐานที่
ใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยนั้นมีหลายรูปแบบมากกก แต่พี่ขอลิสต์มาเฉพาะบางอย่างน้า ตามนี้เลย
1. จารึก คือ หลักฐานที่ใช้เขียนหรือจารึกลงในวัสดุต่าง ๆ เช่น เขียนลงแผ่นหิน (ศิลาจารึก) เขียนลงใบลาน (จารึกใบลาน) เขียนลงแผ่นทองคำ (จารึกลานทอง)
ตัวอย่างจารึกในประวัติศาสตร์ไทย เช่น จารึกเขาน้อย ถือเป็นศิลาจารึกที่เก่าที่สุดที่ระบุศักราชในประเทศไทย
2. บันทึกของชาวต่างชาติ คือ บันทึกของนักเดินทาง คณะทูตของอาณาจักรต่าง ๆ ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
ตัวอย่างบันทึกของชาวต่างชาติในประวัติศาสตร์ไทย เช่น เล่าเรื่องกรุงสยาม ซึ่งเป็นหนังสือบันทึกเล่าเรื่องชีวิต
ความเป็นอยู่ของคนไทยในสมัย ร.4 โดยบาทหลวงปาเลอร์กัวซ์
3. วรรณกรรม คือ งานเขียนที่แต่งขึ้นในแต่ละสมัย มักจะสะท้อนวิถีชีวิต และสภาพสังคมไทยในสมัยนั้น ๆ จึงสามารถใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์ได้เหมือนกัน แต่ต้องระมัดระวังในการใช้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น อาจจะไม่สามารถสะท้อนภาพความเป็นจริงได้ทั้งหมด
ตัวอย่างวรรณกรรมในประวัติศาสตร์ไทย เช่น ขุนช้างขุนแผน ที่เป็นวรรณคดีเรื่องสำคัญที่สามารถสะท้อนภาพสังคมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้
4. ตำนาน คือ เรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมา และมีการนำไปบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรภายหลัง ส่วนมากมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ทำให้ค่อนข้างมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์น้อย
ตัวอย่างตำนานในประวัติศาสตร์ไทย เช่น ตำนานรัตนพิมพวงศ์ที่เล่าเรื่องราวการสร้างพระแก้วมรกตและการนำไปประดิษฐานยังเมืองต่าง ๆ
5. จดหมายเหตุ คือ บันทึกข่าวหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยมีการลงวัน เดือน ปี ก่อนบันทึกเหตุการณ์
ตัวอย่างจดหมายเหตุในประวัติศาสตร์ไทย เช่น จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ ที่เขียนโดย ซีมง เดอ ลาลูแบร์ อัครราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส เป็นจดหมายเหตุที่เล่าเรื่องราวความเป็นอยู่ของผู้คนในปลายรัชสมัย
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
6. พงศาวดาร / พระราชพงศาวดาร คือ บันทึกเรื่องราวในราชสำนัก เน้นเรื่องราวของพระมหากษัตริย์และราชวงศ์
ตัวอย่างพงศาวดารในประวัติศาสตร์ไทย เช่น พงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ถือเป็นฉบับที่เก่าแก่ที่สุด บันทึกเหตุการณ์สำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่เริ่มสถาปนา จนถึงรัชสมัยของพระนเรศวรมหาราช
7. เอกสารราชการ คือ เอกสารของทางราชการที่บันทึกข้อมูลการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานราชงานหรือกับบุคคล ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น รายงาน บันทึกการประชุม
ตัวอย่างเอกสารราชการในประวัติศาสตร์ไทย เช่น
ทั้งนี้นอกจากการศึกษาจากหลักฐานต่าง ๆ แล้ว ในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยก็ต้องใช้วิธีการศึกษาที่ถูกต้อง หรือที่เราเรียกว่า วิธีการทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมีอยู่ 5 ขั้นตอน โดยในบทความนี้พี่จะขอพูดถึงแต่ละวิธีแบบคร่าว ๆ เท่านั้น คือ
1. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา หรือการกำหนดหัวข้อ
2. การรวบรวมหลักฐาน หรือการหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราต้องการจะศึกษา
3. การประเมินคุณค่าของหลักฐานหรือการวิพากษ์วิธีทางประวัติศาสตร์ คือ การที่เรานำหลักฐานที่หามาได้ มาวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ และประเมินว่าตรงกับประเด็นที่ต้องการศึกษาหรือไม่ โดยในขั้นตอนนี้ สามารถเช็กได้ 2 รูปแบบ คือ
4. การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดหมวดหมู่ข้อมูล คือ เมื่อเราพิสูจน์แล้วว่าหลักฐานที่เราหามาเป็นของจริง เชื่อถือได้ เราก็ต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดหมวดหมู่ เพื่อเชื่อมโยงกับเรื่องที่เราต้องการศึกษา
5. การเรียบเรียงและนำเสนอ คือ การอธิบายข้อเท็จจริงหรือความรู้ที่เราได้จากการศึกษา เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจ
โดยสามารถนำเสนอได้หลายรูปแบบ
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทยสามารถทำได้หลายรูปแบบ แต่ที่เรามักจะเห็นกันในหนังสือเรียน หรือการเรียนประวัติศาสตร์ไทยโดยทั่วไป คือ มักใช้เกณฑ์การแบ่งจากราชธานีเป็นหลัก ตามที่น้อง ๆ เคยได้ยินบ่อย ๆ เช่น สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ นั่นเอง
เป็นสมัยที่มนุษย์ยังไม่คิดค้นตัวอักษร เราจะศึกษาประวัติศาสตร์จากหลักฐานที่เป็นสิ่งของโดยแบ่งยุคสมัยตามเครื่องมือเครื่องใช้ ในประวัติศาสตร์ไทยสามารถแบ่งช่วงเวลาในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้ตามนี้เลย
สำหรับสมัยประวัติศาตร์จะเริ่มต้นเมื่อมนุษย์ได้บันทึกประวัติศาสตร์เป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนของประเทศไทย
นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าเริ่มเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์เมื่อค้นพบจารึกปราสาทเขาน้อย จ.สระแก้ว เนื่องจากเป็นจารึกที่เก่าที่สุดที่ระบุศักราชในประเทศไทย ซึ่งในสมัยประวัติศาสตร์ไทย สามารถแบ่งได้ ดังนี้
ก่อนจะมีการสถาปนากรุงสุโขทัยขึ้นเป็นเมืองหลวง ดินแดนไทยในปัจจุบันเคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรโบราณที่มีความสำคัญหลายแห่ง ดังนี้
การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เกิดขึ้นเมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์
มีพระนามว่า “พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช” และทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีมาฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำเจ้าพระยาและตั้งชื่อใหม่ว่า กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2325
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นหลายเหตุการณ์ พี่ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญแบบแยกรัชกาลเอาไว้ให้แล้ว เลื่อนลงไปอ่านกันได้เลยย
สมัยรัชกาลที่ 1
สมัยรัชกาลที่ 2
สมัยรัชกาลที่ 3
ถือเป็นช่วงเวลาที่สภาพสังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ทั้งการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อให้ประเทศเจริญก้าวหน้าตามแบบอารยธรรมตะวันตก โดยมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ที่น้อง ๆ
ควรรู้จัก ดังนี้
สมัยรัชกาลที่ 4
สมัยรัชกาลที่ 5
สมัยรัชกาลที่ 6
สมัยรัชกาลที่ 7
เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
เกิดขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 โดยคณะราษฎร ได้ยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเปลี่ยนแปลงการปกครองของราชอาณาจักรสยาม (ชื่อของประเทศไทยในสมัยนั้น) จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย
โดยมีสาเหตุของการปฏิวัติ คือ การได้รับการศึกษาจากต่างประเทศที่ทำให้คณะราษฎรบางส่วนได้รับแนวคิดด้านการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามแบบตะวันตก รวมถึงปัจจัยกระตุ้นจากภายนอกที่ประเทศต่าง ๆ ทั้งในเอเชียและยุโรปเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ตลอดจนการเกิดปัญหาสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั้งของโลกและของไทยนั่นเอง
เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในการปฏิวัติ
คณะราษฎร (หรือคณะผู้ก่อการในขณะนั้น) ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองที่กรุงเทพฯ จากนั้นได้จับกุม
พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นตัวประกัน และพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ได้อ่านประกาศ
ยึดอำนาจการปกครอง
หลังจากนั้นในวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้ประกาศใช้ธรรมนูญปกครองแผ่นดินสยามฉบับชั่วคราว และในวันที่
10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ได้มีพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามขึ้น
พี่ขอแนะนำตัวช่วยอย่าง คอร์สเตรียมสอบมหาลัยฯ ของ SmartMathPro เลยย มีให้เลือกมากมายทั้งสนาม TGAT / TPAT หรือ A-Level และสอนโดยติวเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละวิชาด้วย
โดยในแต่ละคอร์สจะสอนปูพื้นฐานแบบละเอียด อิงตาม Test Blueprint ปีล่าสุด (ใครที่พื้นฐานไม่แน่นก็สามารถเรียนได้) พร้อมพาตะลุยโจทย์แบบไต่ระดับ ตั้งแต่โจทย์ซ้อมมือไปจนถึงข้อสอบเก่าหรือโจทย์ที่ใกล้เคียงกับข้อสอบจริง แถมยังแจกเทคนิคในการทำข้อสอบที่จะช่วยให้น้อง ๆ ทำข้อสอบได้เร็วขึ้นและช่วยเพิ่มโอกาสในการอัปคะแนนให้อีกด้วย สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่สมัครตอนนี้ รับฟรี Unseen Mock Test ชุดพิเศษ และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ประจำเดือน ถ้าใครสนใจ คลิก เข้ามาดูรายละเอียดแต่ละคอร์สได้เลยยย
เฉลย ตัวเลือกที่ 3
เนื่องจากเหตุผล ดังนี้
– แคว้นหริภุญชัย มีการติดต่อค้าขายและมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับมอญ ทำให้มีการค้นพบหลักฐานการใช้ภาษามอญโบราณในแคว้น และเนื่องจากหริภุญชัยรุ่งเรืองและนับถือพระพุทธศาสนา ทำให้พบหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับศาสนาที่สำคัญ เช่น เจดียกู่กุด
– แคว้นละโว้ เป็นแคว้นที่ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย ซึ่งมีแม่น้ำ 3 สายไหลผ่าน ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำป่าสัก ละโว้เคยอยู่ภายใต้การปกครองของเขมรจึงทําให้มีการนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และพระพุทธศาสนานิกายมหายาน หลักฐานสำคัญ คือ พระปรางค์สามยอด ส่วนพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทรับมาจากแคว้นทวารวดี
– แคว้นทวารวดี ในบันทึกของชาวจีนสมัยราชวงศ์ถังเรียกทวารวดีว่า โถโลโปตี ทวารวดีมีความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้าน
การค้าและวัฒนธรรม ซึ่งทำให้ทวารวดีได้รับวัฒนธรรมผ่านการค้า เช่น การรับอิทธิพลทางพระพุทธศาสนาจากประเทศอินเดีย และมีการแพร่กระจายวัฒนธรรมไปยังหลายพื้นที่ของประเทศไทยควบคู่กับการติดต่อค้าขายเช่นเดียวกัน
เฉลย ตัวเลือกที่ 3
แม้ว่าสนธิสัญญาเบาว์ริงจะเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสนธิสัญญาฉบับแรกที่ทำกับอังกฤษน้าา เพราะก่อนหน้านี้มีการทำสนธิสัญญาเบอร์นีย์มาก่อนด้วย ข้อนี้จึงเป็นข้อที่ผิดนั่นเอง
สำหรับเทคนิคในการทำข้อสอบข้อนี้ คือ เริ่มแรกเราต้องเช็กก่อนว่าโจทย์กำลังถามอะไร อย่างข้อนี้โจทย์ถามหาข้อที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นคำที่ต้องระวังเลย เพราะหลาย ๆ คน จำได้ ทำได้ แต่ดันลืมดูว่าโจทย์ถามสิ่งที่ไม่ถูกต้องจนเลือกคำตอบผิด เพราะงั้นน้อง ๆ ควรมีสติเวลาอ่านโจทย์เสมอเลย
ได้รู้คำตอบที่ถูกไปแล้ว เพื่อให้น้อง ๆ เข้าใจโจทย์และตัวเลือกของตัวอย่างข้อสอบข้อนี้มากขึ้น พี่ขออธิบายตัวเลือกอื่น ๆ ด้วยน้าา เราจะได้รู้ว่าแต่ละข้อผิดเพราะอะไร และนำไปปรับใช้กับการทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมได้
ตัวเลือก 1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ข้อนี้ถูกแล้วว ซึ่งคือวัดพระแก้วที่เรารู้จักนั่นเอง
ตัวเลือก 2. สุนทรภู่เป็นกวีคนสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งเป็นยุคทองของวรรณคดีไทย ข้อนี้ก็ถูกเหมือนกัน เชื่อว่าน้อง ๆ น่าจะคุ้นชื่อกวีคนนี้กันแน่นอนน
ตัวเลือก 4. รัชกาลที่ 5 ทรงยกเลิกไพร่และทาสเพื่อให้คนไทยมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกัน ข้อนี้ถูกต้องตามประวัติศาสตร์ไทยเลย
ตัวเลือก 5. รัชกาลที่ 6 ทรงก่อตั้งเมืองจำลองดุสิตธานีเพื่อจำลองการปกครองระบบประชาธิปไตย ข้อนี้ก็ถูก
เช่นเดียวกัน
และนี่ก็คือเนื้อหาประวัติศาสตร์ไทยทั้งหมดที่น้อง ๆ หากรู้เอาไว้ก็จะทำให้เสพสื่อที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยได้สนุกขึ้น
แถมสามารถนำความรู้ไปใช้กับการทำข้อสอบได้อีกเยอะมากกก เพราะประวัติศาสตร์ไทยก็เป็นหนึ่งในพาร์ตที่ออกสอบข้อสอบ ม.ปลาย และ A-Level สังคมด้วย
แนะนำเพิ่มว่าถ้าอ่านบทความนี้จบ และอยากทดสอบความรู้ของตัวเองเพิ่มเติมก็ให้ลองฝึกจากการทำแบบฝึกหัดหรือข้อสอบเก่าดูน้าา แล้วเราจะค่อย ๆ กลายเป็นเซียนด้านประวัติศาสตร์ไทยเลย (ซึ่งพี่ก็มีข้อสอบเก่าวิชาสังคมมาแจกด้วย สามารเข้าไปดาวน์โหลดที่คลังข้อสอบกันได้เลยย)
บทความ แนะนำ
บทความ แนะนำ
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการสังคมของสถาบัน SmartMathPro
ทีมวิชาการสังคม
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการสังคมของสถาบัน SmartMathPro
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่
Line : @smartmathpronews
FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น
IG : pan_smartmathpro
X : @PanSmartMathPro
Tiktok : @pan_smartmathpro
Lemon8 : @pan_smartmathpro