น้อง ๆ หลายคนที่ติดตามข่าวกันบ่อย ๆ อาจเคยได้ยินการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน เพราะสินค้าและบริการมีราคาแพงขึ้น หรือพ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้เพราะเศรษฐกิจซบเซา ผู้คนไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอย
ซึ่งสถานการณ์ที่กล่าวมานี้สะท้อนถึงภาวะทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ภาวะเงินเฟ้อและภาวะเงินฝืด
โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศและต่อประชาชนทุกคน และยังเป็นประเด็นที่ข้อสอบมักนำมาถาม ทั้งข้อสอบในโรงเรียนและสนามสอบ A-Level สังคมศึกษา วันนี้พี่เลยมาสรุปเรื่องนี้ให้อ่านกันแบบเข้าใจง่าย พร้อมมีข้อสอบมาให้ลองฝึกทำกันด้วย ถ้าพร้อมแล้ว ไปลุยกันเลยย
สนใจหัวข้อไหน ... กดอ่านเลย
ToggleKey Takeaway
- เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เกิดจากอุปสงค์มากกว่าอุปทาน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคาร และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เพราะสินค้าราคาแพงขึ้น มูลค่าของเงินและอำนาจการซื้อลดลง ทำให้มีการนำเข้าสินค้ามากขึ้น เพราะมีราคาต่ำกว่าสินค้าในประเทศ
- เงินฝืด คือ ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการลดต่ำลงเรื่อย ๆ เกิดจากอุปสงค์น้อยกว่าอุปทาน ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ประชาชนน้อยเกินไป และความไม่มั่นใจในสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศที่ทำให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้การลงทุนในประเทศชะลอตัว ผู้ผลิตมีรายได้น้อยลง ส่งผลให้ต้องลดการผลิต และการจ้างพนักงานลง
- ผู้ได้ประโยชน์ในภาวะเงินเฟ้อ คือ ลูกหนี้ ผู้ผลิต เจ้าของกิจการ พ่อค้าแม่ค้า และผู้เสียประโยชน์ในภาวะเงินเฟ้อ คือ เจ้าหนี้ ผู้ให้เช่าในสัญญาระยะยาว ผู้ที่มีรายได้ประจำ
- ผู้ได้ประโยชน์ในภาวะเงินฝืด คือ เจ้าหนี้ ผู้ให้เช่าในสัญญาระยะยาว ผู้ที่มีรายได้ประจำ และผู้เสียประโยชน์ในภาวะเงินฝืด คือ ลูกหนี้ ผู้ผลิต เจ้าของกิจการ พ่อค้าแม่ค้า
- นโยบายการเงิน ดำเนินการโดยธนาคารแห่งประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ นโยบายการเงินแบบเข้มงวด ใช้แก้ปัญหาเงินเฟ้อ และนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ใช้แก้ปัญหาเงินฝืด
- นโยบายการคลัง ดำเนินการโดยรัฐบาล แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ นโยบายการคลังแบบหดตัว ใช้แก้ปัญหาเงินเฟ้อ และนโยบายการคลังแบบขยายตัว ใช้แก้ปัญหาเงินฝืด
เงินเฟ้อ เงินฝืด คืออะไร
- เงินเฟ้อ (Inflation) คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าของเงินและอำนาจในการซื้อลดลง
- เงินฝืด (Deflation) คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าของเงินและอำนาจในการซื้อเพิ่มขึ้น
สาเหตุของเงินเฟ้อ เงินฝืด
สาเหตุการเกิดภาวะเงินเฟ้อ
- ความต้องการซื้อสินค้าและบริการมีมากกว่าปริมาณสินค้าที่ผลิตออกมาได้ในขณะนั้น (อุปสงค์มากกว่าอุปทาน)
- ธนาคารพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
- ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น รัฐเก็บภาษีมากขึ้น
ตัวอย่างสถานการณ์ภาวะเงินเฟ้อ
ในปี พ.ศ. 2568 เงิน 100 บาท สามารถซื้อชานมได้ 4 แก้ว แต่ในปี พ.ศ. 2569 ผู้ขายชานมมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าเดิม จึงปรับราคาขายเพิ่มขึ้น ทำให้เงิน 100 บาทเท่าเดิม ซื้อชานมได้ลดลงเหลือ 2 แก้ว
สาเหตุการเกิดภาวะเงินฝืด
- ความต้องการขายสินค้าและบริการมีมากกว่าปริมาณความต้องการซื้อคนในขณะนั้น (อุปทานมากกว่าอุปสงค์)
- ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้ประชาชนน้อยเกินไป
- ความไม่มั่นใจในสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ หรือเมื่ออยู่ในภาวะสงคราม ภัยพิบัติ โรคระบาด ทำให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น
ตัวอย่างสถานการณ์ภาวะเงินฝืด
ในปี พ.ศ. 2569 ประเทศแห่งหนึ่ง ประชาชนเกิดภาวะหนี้ครัวเรือนสูง ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ประชาชนจึงลดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ทำให้ธุรกิจโรงแรมซบเซา มีคนเข้าพักลดลง เจ้าของโรงแรมหลายแห่งจึงปรับลดราคา
ห้องพัก แต่ก็มีคนเข้าพักน้อยลงเช่นเดิม เพราะไม่กล้าใช้จ่าย
ผลกระทบของ เงินเฟ้อ เงินฝืด
ข้อดีและข้อเสียของเงินเฟ้อ เงินฝืด
ข้อดี / ข้อเสียของ เงินเฟ้อ
- ข้อดีของเงินเฟ้อ คือ ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุน เป็นเครื่องสะท้อนว่าเศรษฐกิจมีการเติบโต ประชาชนผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น รวมถึงการกระตุ้นการผลิตและการจ้างงาน
- ข้อเสียของเงินเฟ้อ คือ ประชาชนแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เนื่องจากการปรับขึ้นของราคาสินค้าต่าง ๆ รวมถึงมูลค่าของเงินที่ลดลง ทำให้การออมเงินในรูปแบบของเงินน้อยลงด้วย และอาจมีการนำเข้าสินค้าเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสินค้านำเข้ามีราคาต่ำกว่าสินค้าในประเทศ ทำให้การส่งออกน้อยลง ดุลการค้าและดุลการชำระเงินมีแนวโน้มขาดดุล
ข้อดี/ข้อเสียของเงินฝืด
- ข้อดีของเงินฝืด คือ ผู้บริโภคจ่ายเงินน้อยลงเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ต้นทุนการผลิตลดลง ทำให้ธุรกิจบางประเภทใช้วัตถุดิบที่ราคาถูกลงจากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น รวมถึงมูลค่าของเงินเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ที่มีเงินสดมีอำนาจต่อรองซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ
- ข้อเสียของเงินฝืด คือ ทำให้การลงทุนในประเทศชะลอตัว เนื่องจากเมื่อนักลงทุนคาดการณ์ว่าในอนาคตราคาปัจจัยการผลิตจะลดต่ำอีก จึงมีแนวโน้มจะขยายระยะเวลาลงทุนออกไป ผู้ผลิตหลายเจ้ามีรายได้น้อยลง ทำให้เกิดการเลิกจ้างงานและการลดการผลิตลง
ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบในภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด
ผู้ที่ได้ประโยชน์ / เสียประโยชน์ในภาวะเงินเฟ้อ
- ผู้ที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ ลูกหนี้ ผู้ผลิต เจ้าของกิจการ พ่อค้าแม่ค้า
- ผู้ที่เสียประโยชน์ ได้แก่ เจ้าหนี้ ผู้ให้เช่าในสัญญาระยะยาว ผู้ที่มีรายได้ประจำ เช่น ข้าราชการ พนักงานบริษัท
ผู้ที่ได้ประโยชน์ / เสียประโยชน์ในภาวะเงินฝืด
- ผู้ที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ เจ้าหนี้ ผู้ให้เช่าในสัญญาระยะยาว ผู้ที่มีรายได้ประจำ เช่น ข้าราชการ พนักงานบริษัท
- ผู้ที่เสียประโยชน์ ได้แก่ ลูกหนี้ ผู้ผลิต เจ้าของกิจการ พ่อค้าแม่ค้า
นโยบายการแก้ปัญหา เงินเฟ้อ เงินฝืด
เมื่อเศรษฐกิจเกิดภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด จะมีการใช้ นโยบายการเงิน และ นโยบายการคลัง เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดสมดุลทางเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจสามารถเติบโตต่อไปได้
นโยบายการเงิน
ผู้ดำเนินนโยบายการเงิน คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยนโยบายการเงินจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. นโยบายการเงินแบบเข้มงวด
- วัตถุประสงค์ : เพื่อแก้ปัญหาภาวะเงินเฟ้อ โดยลดปริมาณเงินที่หมุนเวียนในมือประชาชน รักษาเสถียรภาพทางการเงินให้เหมาะสม และชะลอไม่ให้เศรษฐกิจเติบโตเร็วเกินไปจนเกิดภาวะฟองสบู่แตก
- การดำเนินนโยบาย :
- ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อให้ประชาชนทำเงินไปฝากมากขึ้น ทำให้สภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจลดลง
- ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้ประชาชนกู้เงินน้อยลง ช่วยให้การบริโภคและการลงทุนลดลง ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบน้อยลง
- เพิ่มอัตราเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ ทำให้ธนาคารปล่อยกู้ได้น้อยลง เนื่องจากต้องกันเงินสำรองไว้มากขึ้นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด จึงมีเงินเหลือสำหรับปล่อยกู้น้อยลง
- ขายหลักทรัพย์ เช่น พันธบัตร ตั๋วเงินคลัง เพื่อทำให้ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจน้อยลง
- เพิ่มอัตรารับช่วงซื้อลดตั๋วเงิน ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์นำตั๋วเงินไปขายให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยน้อยลง มีเงินไปปล่อยสินเชื่อลดลง ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวและควบคุมเงินเฟ้อได้
- เพิ่มอัตราเงินดาวน์และลดระยะเวลาการผ่อนชำระ เพื่อลดแรงจูงใจในการกู้เงิน และทำให้การหมุนเวียนของปริมาณเงินที่มีการผ่อนชำระในระบบธนาคารลดลง
- เพิ่มเงินมัดจำในการซื้อหลักทรัพย์ เพื่อจำกัดการกู้ยืมเพื่อนำเงินไปซื้อหลักทรัพย์สำหรับการเก็งกำไร และลดแรงจูงใจในการลงทุน
2. นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
- วัตถุประสงค์ : เพื่อแก้ปัญหาภาวะเงินฝืด โดยมุ่งเน้นให้ปริมาณเงินหมุนเวียนในมือของประชาชนเพิ่มขึ้น ลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดสภาพคล่องมากขึ้น
- การดำเนินนโยบาย :
- ลดดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อให้ประชาชนทำเงินไปฝากน้อยลง และนำเงินไปใช้จ่ายหรือลงทุนต่าง ๆ แทน ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น
- ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้ประชาชนกู้เงินมากขึ้น ช่วยให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย และการขยายธุรกิจ ซึ่งส่งผลให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น
- ลดอัตราเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ ทำให้ธนาคารปล่อยกู้ได้มากขึ้น เนื่องจากมีเงินสำรองสำหรับปล่อยกู้เพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีปริมาณเงินในมือสำหรับการใช้จ่ายลงทุนมากขึ้น
- ซื้อคืนหลักทรัพย์คืนจากประชาชน เพื่อให้ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
- ลดอัตรารับช่วงซื้อลดตั๋วเงิน เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ได้กำไรมากขึ้นเมื่อนำตั๋วเงินมาขายกับธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น
- ลดอัตราเงินดาวน์และเพิ่มระยะเวลาการผ่อนชำระ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อกู้ยืมได้ง่ายขึ้น เกิดแรงจูงใจในการใช้จ่าย เมื่อเพิ่มระยะเวลาผ่อนชำระจะทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อต่อเดือนมากขึ้น และสามารถนำเงินส่วนนั้นไปใช้จ่ายสินค้าและบริการอื่น ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้
- ลดเงินมัดจำในการซื้อหลักทรัพย์ เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อขายหลักทรัพย์ และเพิ่มสภาพคล่องของเศรษฐกิจ จากการสร้างแรงกระตุ้นให้นักลงทุนนำเงินออกมาลงทุนมากขึ้น
นโยบายการคลัง
ผู้ดำเนินนโยบายการคลัง คือ รัฐบาล โดยนโยบายการคลังจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. นโยบายการคลังแบบหดตัว
- วัตถุประสงค์ : เพื่อแก้ปัญหาภาวะเงินเฟ้อ ทำให้ปริมาณเงินหมุนเวียนในมือประชาชนลดลง รักษาเสถียรภาพของค่าเงิน และชะลอการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไม่ให้โตเร็วเกินไป
- การดำเนินนโยบาย :
- ลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐในกิจการต่าง ๆ โดยเน้นจัดลำดับความสำคัญกับโครงการที่จำเป็น และส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจก่อน รวมถึงพิจารณาเลื่อน ปรับลดขนาดโครงการที่สำคัญรองลงมา เพื่อไม่ให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากเกินไป
- เพิ่มอัตราภาษีประเภทต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนต้องจ่ายภาษีมากขึ้น ช่วยลดปริมาณเงินในมือประชาชนให้น้อยลงในการนำไปใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาษีจากการสินค้าฟุ่มเฟือยต่าง ๆ ทำให้ความต้องการในการซื้อสินค้าเหล่านี้ลดลง และช่วยชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจลง
- ตั้งงบประมาณเกินดุล รัฐบาลวางแผนงบประมาณให้มีรายรับมากกว่ารายจ่าย เพื่อลดปริมาณเงินที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจ เช่น ปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นในกิจการต่าง ๆ และการเพิ่มอัตราภาษีเพื่อทำให้อุปสงค์ในการซื้อของประชาชนลดลง
- ลดภาษีปัจจัยการผลิตประเภททุน เช่น วัตถุดิบต่าง ๆ เครื่องจักร อุปกรณ์ จะช่วยให้ต้นทุนของผู้ผลิตลดลง และเพิ่มแนวโน้มการลดลงราคาสินค้าและบริการลง ซึ่งจะส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนลดลงตามไปด้วย
2. นโยบายการคลังแบบขยายตัว
- วัตถุประสงค์ : เพื่อแก้ปัญหาภาวะเงินฝืด ทำให้ปริมาณเงินหมุนเวียนในมือประชาชนเพิ่มขึ้น ลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ
- การดำเนินนโยบาย :
- เพิ่มค่าใช้จ่ายของภาครัฐในกิจการต่าง ๆ โดยลงทุนเพิ่มในโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น การสร้างถนน สนามบิน ท่าเรือ และนโยบายสวัสดิการของรัฐ เพื่อให้ประชาชนนำไปเป็นเงินทุนในการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้
- ลดอัตราภาษีประเภทต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนมีเงินในมือมากขึ้นและสามารถนำไปใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจได้
- ตั้งงบประมาณขาดดุล รัฐบาลวางแผนงบประมาณให้มีรายรับน้อยกว่ารายจ่าย เพื่อเพิ่มปริมาณเงินที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจ เช่น การก่อหนี้สาธารณะ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟ การให้เงินสนับสนุนทักษะแรงงาน
สรุป เงินเฟ้อ เงินฝืด ต่างกันอย่างไร
ตัวอย่างข้อสอบเกี่ยวกับเงินเฟ้อ เงินฝืด พร้อมเฉลย
ตอบ ตัวเลือกที่ 2
ในสถานการณ์ข้างต้น ประเทศ A อยู่ในภาวะเงินฝืด จึงจำเป็นต้องใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัว ซึ่งการลดงบประมาณรายจ่ายและเพิ่มภาษีถือเป็นการดำเนินนโยบายการคลังแบบหดตัวที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ ตัวเลือกที่ 2 จึงเป็นตัวเลือกที่ถูกต้อง
ตอบ ตัวเลือกที่ 3
เศรษฐกิจของประเทศ A อยู่ในภาวะเงินเฟ้อ เนื่องจากเกิดภาวะที่อำนาจเงินมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ธนาคารต้องมีมติให้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนนำเงินไปฝากธนาคาร ทำให้ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจลดลงเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น ตัวเลือกที่ 3 จึงเป็นตัวเลือกที่ถูกต้อง
แจกฟรี ข้อสอบสังคมพร้อมเฉลย
เป็นอย่างไรกันบ้างกับเนื้อหาเรื่องเงินเฟ้อ เงินฝืด ที่พี่สรุปมาให้ หลังอ่านจบแล้วแนะนำให้ฝึกทำโจทย์เพิ่มเติม จะได้เข้าใจเนื้อหามากขึ้น โดยพี่ก็มีข้อสอบพร้อมเฉลย แถมยังมีตัวอย่างข้อสอบที่เคยออกจริงในสนาม A-Level มาฝากด้วย หวังว่าจะช่วยให้น้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบทุกคนแม่นในเนื้อหาเรื่องนี้มากขึ้นน้าา
บทความ แนะนำ
บทความ แนะนำ
ทีมวิชาการสังคม
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการสังคมของสถาบัน SmartMathPro
ทีมวิชาการสังคม
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการสังคมของสถาบัน SmartMathPro
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่
Line : @smartmathpronews
FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น
IG : pan_smartmathpro
X : @PanSmartMathPro
Tiktok : @pan_smartmathpro
Lemon8 : @pan_smartmathpro






