“คณะเศรษฐศาสตร์” เรียนอะไรบ้าง? จบไปทำงานอะไร?

คณะเศรษฐศาสตร์ เรียนอะไร จบมาทำงานอะไร หางานยากจริงมั้ย

“คณะเศรษฐศาสตร์” เรียนอะไรบ้าง? หางานยากจริงไหม?
รุ่นพี่รวมทุกคำถามมาตอบให้แล้ว

คณะเศรษฐศาสตร์ เป็นหนึ่งในคณะที่น้องๆให้ความสนใจและสอบถามกันเข้ามาเยอะมากว่า เรียนอะไรบ้าง เตรียมตัวสอบเข้าอย่างไร ต้องเก่งเลขไหมถึงจะเรียนได้ จบมาทำงานอะไรได้บ้าง หางานยากไหม

วันนี้พี่เบสsmpnews จะพาน้องๆไปทำความรู้จักคณะนี้ผ่านการสัมภาษณ์ พี่ฟ้า รุ่นพี่คณะเศรษฐศาสตร์ ที่จะมาแชร์ประสบการณ์การเรียน การเตรียมตัวสอบเข้า รวมถึงการทำงาน ให้กับน้องๆแบบพิเศษสุดๆไปเลย ไปดูกันได้เลยค่ะ

สัมภาษณ์ น้องฟ้า นักศึกษา คณะเศรษฐศาสตร์

สวัสดีค่ะน้องๆ พี่ชื่อ “ฟ้า” นะคะ พึ่งจะเรียนจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ สาขาธุรกิจการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาได้ไม่กี่เดือนเองค่ะ ตอนมัธยมปลายพี่เรียนสายศิลป์คำนวณ ปัจจุบันพี่ทำงานด้าน marketing อยู่บริษัทนึงนะคะ

Q : วิธีค้นหาตัวเองให้เจอ รู้ได้ยังไงว่าอยากเรียนที่นี่?

A : เริ่มแรกด้วยความที่เราเรียนศิลป์คำนวณมา เราก็ต้องหาข้อมูลก่อนว่า สายนี้สามารถเข้าคณะอะไรได้บ้าง มีคณะ/สาขาไหนที่เหมาะกับเราบ้าง ลองทำแบบทดสอบทางจิตวิทยาต่างๆ รวมถึงปรึกษารุ่นพี่ คนรู้จัก แล้วก็เสิร์ชข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเพื่อทำการบ้านก่อนว่า คณะนั้นๆเรียนเกี่ยวกับอะไร เราจะเรียนไหวไหม ใช่อย่างที่เราคิดหรือเปล่า

จนสุดท้ายได้มารู้ว่าเราอยากเข้าสายบริหาร เพราะเป็นสายที่ไม่ได้เรียนคำนวณเยอะๆเหมือนบัญชี เรียนจบมาก็สามารถทำได้หลายอย่าง ค่อนข้างกว้างด้วย

จนวันหนึ่งเพื่อนสนิทของเราไปเข้าค่ายของคณะเศรษฐศาสตร์มา แล้วมาเล่าให้ฟังว่าคณะนี้ดียังไง เป็นคณะที่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ควบคู่ไปกับบริหารด้วยนะ ฟังแล้วเราก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี เราก็เลยตั้งเป้าหมายว่าอยากเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ตั้งแต่ตอนนั้นเลย

Q : เตรียมตัวสอบเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ยังไงบ้าง?

A : เราเป็นคนที่รู้เป้าหมายของตัวเองช้ามาก ว่าอยากเข้าคณะอะไร หรือสายไหน เพิ่งมารู้ตัวตอนม.6 ก็เลยทำให้เราเริ่ม เตรียมตัวช้ากว่าคนอื่น พอเราตัดสินใจได้แล้วว่าอยากเข้าสายบริหาร เราก็จะเริ่มจากการดูข้อมูลก่อนว่า เกณฑ์คะแนนเท่าไหร่ ต้องใช้คะแนนวิชาอะไรบ้าง แต่ละวิชาควรได้คะแนนประมาณเท่าไหร่ คณะนี้มีมหาวิทยาลัยไหนที่น่าสนใจบ้าง หลังจากนั้นก็จะนำข้อมูลต่างๆมาวางแพลนการอ่านหนังสือต่อ

Q : มีเทคนิคในการอ่านหนังสือยังไง?

A : ด้วยความที่เราเริ่มช้ากว่าคนอื่น และตอนม.6 เทอม 1 เรายังโฟกัสกับเกรดที่โรงเรียนมากกว่า ก็เลยยังไม่จริงจังอะไรมาก มาเริ่มจริงจัง ตอนเทอม 2 โดยที่เราก็เริ่มอ่านจากวิชาที่ตัวเองชอบก่อน อย่างของเราจะเริ่มจากวิชาภาษาอังกฤษ เพราะเรารู้สึกสนุกกับวิชานี้มากที่สุด เวลาทำแล้วไม่เครียด เลยทำให้เรามีไฟอ่านวิชาอื่นๆต่อ

ซึ่งแต่ละวันเราก็จะมีแพลนว่าวันหนึ่งต้องทำอะไรบ้าง ต้องอ่านวิชาอะไร จบบทไหนบ้าง แต่เราจะไม่กดดันตัวเองว่า ต้องอ่านให้ได้เท่านั้นเท่านี้เป๊ะๆนะ มียืดหยุ่นบ้าง วันไหนที่รู้สึกเหนื่อยจริงๆ ก็จะพักแล้วไปอ่านทบพรุ่งนี้แทน ขอแค่ทุกครั้งที่อ่าน เราตั้งใจและโฟกัสกับมันจริงๆ โฟกัสของเราคือไม่เล่นโซเชียล โทรศัพท์มือถือก็จะปิดการแจ้งเตือนไปเลย

ส่วนตัวแล้วเราถนัดวิชาเน้นจำมากกว่า ก็จะอ่านพร้อมกับการท่องจำไปเรื่อยๆ อย่างน้อย 2-3 ครั้ง/วัน จนกว่าจะเข้าใจ และจำได้ ส่วนวิชาคำนวณก็จะเน้นเก็บแค่บางบท บทไหนยากๆเราจะฝึกทำแค่พอเข้าใจคอนเซ็ปต์ แต่ไม่ได้ลงลึกมากเอาเท่าที่ตัวเองไหวก่อน เพราะเราอยากเอาเวลาไปเก็บวิชาอื่นๆมากกว่า ยิ่งเราเริ่มช้ากว่าคนอื่นๆด้วย

น้องฟ้า นักศึกษาเศรษฐศาสตร์

Q : เวลาที่เครียด จัดการยังไง?

A : ส่วนตัวเวลาเครียด เราจะพยายามให้กำลังใจตัวเองว่า “ฮึ้บอีกนิดนึงน้า จะเสร็จแล้ว สู้ๆ” หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็พักเลย จะพยายามไม่จมอยู่กับความเครียดนานๆ เราก็จะเริ่มไปหาอะไรที่ทำให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย เช่น กินขนม ดูหนัง ดูซีรีย์

พอตัวเองเริ่มรู้สึกโอเคก็จะกลับมาลุยต่อ แต่ถ้าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว เราจะไม่กดดันตัวเองว่า เราต้องเก็บมันให้ได้หมดนะ ขอแค่เก็บให้ได้มากที่สุดก็พอ เก็บในพาร์ทที่ตัวเองมั่นใจและพอจะทำได้ และสิ่งสุดท้ายที่เราทำก็คือ สวดมนต์ ขอพรก่อนนอนทุกครั้ง เวลาไปสอบจะได้รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น

Q : เศรษศาสตร์ นี้เรียนเกี่ยวกับอะไร?

A : เศรษฐศาสตร์จะเรียนเกี่ยวกับการวิเคราะห์ภาพรวมของระบบเศรษฐกิจ การวิเคราะห์ตลาด ไปจนถึงผู้บริโภคขั้นสุดท้าย หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ การวิเคราะห์ตั้งแต่ผู้ผลิตไปจนถึงผู้บริโภค ซึ่งจะมีกราฟหรือตัวเลขเป็นเครื่องมือสำหรับบอกค่าต่างๆว่า แต่ละอย่างเกิดขึ้นเพราะอะไร และจะส่งกระทบอย่างไรต่อใครบ้าง ทุกอย่างจะเป็นเหตุเป็นผลกัน และเป็นไปตามกลไกทั้งหมดอย่างไรบ้าง

เราจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆนะ เช่น มีช่วงหนึ่งที่ชาบูขายดีมากในประเทศไทย ทำให้มีคนแห่ไปเปิดร้านชาบูกันเยอะๆ จนทำให้ร้านชาบูในตลาดมีจำนวนมาก แต่ในทางกลับกันราคาขายชาบูที่ตั้งไว้ก็จะต้องลดลงด้วยเพราะใครๆก็หาซื้อได้ มีตัวเลือกให้เลือกหลากหลายร้าน และไม่ได้เป็นของที่หายากหรือจำเป็นในชีวิตประจำวันซึ่งพอน้องๆได้เข้าไปเรียนจริงๆแล้ว ก็จะมีรายละเอียดเนื้อหาการเรียนอีกเยอะแยะมากมายเลยนะคะ

Q : คณะเศรษศาสตร์ มีหลักสูตรอะไรบ้าง?

ปัจจุบันคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีหลักสูตรในระดับปริญญาตรี  ทั้งหมด 5 หลักสูตร ดังนี้ค่ะ

  • หลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ เป็นสาขาที่เรียนเนื้อหาด้านเศรษฐศาสตร์ลึก ละเอียดกว่าสาขาอื่นๆ และมีการแข่งขันสูงมาก ทำให้คะแนนสอบเข้าสูงสุดเลย
  • หลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สอนเป็นภาษาอังกฤษ (BEcon) เรียนเหมือนกับ ข้อ 1. เลย แต่เรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดนะคะ
  • หลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ ภาพรวมในช่วงปี 1-2 จะเรียนเนื้อหาเศรษฐศาสตร์ และปี 3-4 จะเริ่มเรียนลึกในเรื่องของบัญชี การเงิน มากยิ่งขึ้น
  • หลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์และธุรกิจเกษตร สาขานี้พึ่งจะมีปีนี้เลย เป็นการเรียนรวมระหว่างเศรษฐกิจ (เศรษฐศาสตร์+การเกษตร) และธุรกิจ (เศรษฐศาสตร์+บริหาร) เข้าด้วยกัน แต่อาจจะมีการเพิ่มลดบางวิชาลงนะคะ
  • หลักสูตรศิลปะศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การประกอบการ หลักสูตรนานาชาติ (EEBA) เป็นสาขาที่เรียนเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ร่วมกับการบริหารธุรกิจ อาจจะไม่ได้เน้นเนื้อหาด้านเศรษฐศาสตร์มากเท่ากับสาขาอื่นๆ

***ทั้งหมดที่พี่ได้เล่ามาเป็นแค่การพูดถึงในภาพรวมเท่านั้นนะคะ ถ้าน้องๆสนใจอยากรู้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆมากขึ้น

พี่แนะนำให้เข้าไปดูที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยตรงเลยดีกว่านะคะ

ตอบคำถาม คณะเศรษฐศาตร์ จบไปทำงานอะไร

Q : คณะเศรษฐศาสตร์ แต่ละชั้นปี เรียนอะไรบ้าง?

A : ปี 1-2 จะเน้นเรียนพวกพื้นฐานวิชาต่างๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ หรือไม่ก็เกี่ยวกับสาขาการเรียน เช่น เศรษฐศาสตร์จุลภาคและเศรษฐศาสตร์มหาภาค การตลาด บัญชี การเงิน ประมง เกษตร ปศุสัตว์ กฎหมายธุรกิจ มาให้เราได้เรียนหมดเลย แต่จะไม่ได้ลงลึกมากเท่าคณะนั้นๆนะคะ แล้วก็จะมีวิชาตามหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยกำหนดด้วย ซึ่งเราก็จะต้องไปเรียนร่วมกับคณะอื่นๆ เช่น ภาษาอังกฤษ สื่อสารสนเทศ เป็นต้น

ปี 3-4 เรียนเฉพาะเจาะจงตามสาขาที่เราเลือกมากยิ่งขึ้น มีเนื้อหาที่ลึกและละเอียดมากกว่าเดิม และเริ่มเรียนส่วนของการวิเคราะห์และหาข้อมูล เช่น จำนวนสินค้าแต่ประเภทที่นำเข้า-ส่งออกแต่ละปี เรื่องของกฎหมาย การศึกษาระบบห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การผลิตจนไปถึงผู้บริโภค ซึ่งเราจะนำข้อมูลส่วนนั้นมาอธิบายในรูปแบบของกราฟ หรือคำตอบต่างๆตามหลักเศรษฐศาสตร์ เช่น วิชาโลจิสติกส์ การวิเคราะห์กลยุทธ์ การค้าระหว่างประเทศ หรือนโยบายรัฐต่างๆ เป็นต้น

Q : เศรษฐศาตร์ เรียนยากไหม?

A: ส่วนตัวเราคิดว่าทุกคณะมีความยาก-ง่ายในแบบของตัวเองนะ แต่ละคณะ/สาขาก็จะเรียนยากกันคนละแบบ ซึ่งคณะเศรษฐศาสตร์จะยากตรงที่พาร์ท “การวิเคราะห์” เช่น อาจารย์ยกตัวอย่างสถานการณ์นึงมา ให้เราวิเคราะห์ต่อว่า เหตุการณ์นี้จะส่งผลอย่างไรบ้าง และจะต้องคำนวณค่าออกมาด้วย สำหรับเราคิดว่า ถ้าสามารถเข้าใจคอนเซ็ปต์ได้ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป เพราะเราจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอย่างอื่นได้อย่างหลากหลายเลย

Q : เรียนเศรษฐศาสตร์ต้องเก่งเลข จริงไหม?

A : ต้องบอกก่อนว่าคณะนี้เราจะเจอ เลขทั้งหมด 2 แบบหลักๆ คือ

1. กลุ่มคณิตม.ปลาย เช่น สถิติ แคลคูลัส โดยจะเน้นการคำนวณเป็นหลัก เนื้อหาที่เรียนก็จะเหมือนตอนมัธยมปลายเลยแต่รูปแบบของโจทย์ก็จะแอดวานซ์มากกว่า
2.กลุ่มตัวเลขทางด้านเศรษฐศาสตร์ เน้นการประยุกต์และวิเคราะห์เป็นหลัก ในการเรียนก็จะมีสูตรคำนวณแต่ละบทมาให้ โดยเราต้องนำมาวิเคราะห์ต่อว่าจะใช้สูตรไหนกับเหตุการณ์ไหน เพราะอะไร และนำมาวาดกราฟอธิบายค่าต่างๆ เป็นต้น

สุดท้ายแล้วการเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ ไม่จำเป็นต้องเก่งเลขก็ได้ ขอแค่เปิดใจ และถ้าเรารู้สึกมั่นใจ ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลแล้ว ซึ่งเวลาสอบเขาก็จะอนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขได้ ไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมดา หรือว่าแบบวิทยาศาสตร์ ขอแค่ตอนเรียนเราพยายามทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์ และตอนทำข้อสอบไม่กดเครื่องคิดเลขผิดก็พอแล้วนะคะ

ฟ้า ศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตร

Q : คณะเศรษฐศาสตร์ หางานยากไหม จะตกงานไหม?

A: ด้วยความที่คณะนี้เป็นสายสังคม ไม่ได้เป็นสายสามัญ หรือเจาะจงเหมือนกับคณะวิศวะ คณะบัญชี แต่ก็เป็นคณะที่จบออก มาแล้วสามารถทำงานได้ค่อนข้างหลากหลาย เราสามารถนำความรู้ที่เรียนมาไปประยุกต์ใช้กับอาชีพสายอื่นๆได้มากมายเลย

ยังไงก็ไม่ตกงานแน่นอน สุดท้ายแล้วความก้าวหน้าหรือโอกาสในหน้าที่การงาน ก็ขึ้นอยู่กับทักษะและการพัฒนาตัวเองของแต่ละคนมากกว่า ว่าเรามีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของบริษัทมากน้อยแค่ไหน หรือว่าเราสามารถทำให้เขาเห็นอะไรในตัวเราได้บ้าง ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญนะคะ

ซึ่งถ้าถามเราว่า เรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์หางานยากไหม เราว่ามันขึ้นอยู่กับสายงานที่เลือกและรูปแบบของแต่ละบริษัทมากกว่า ว่าเขาต้องการคนที่มีทักษะ ทัศนคติแบบไหน และเรามีความสามารถตรงตามความต้องการของเขาหรือเปล่า

เพราะว่าสุดท้ายแล้วเขาก็จะมีการสัมภาษณ์ประวัติ ความสามารถเราเพิ่มเติมอีกที ซึ่งคนที่จบตรงสายแน่นอนว่าเขาจะมีโอกาสมากกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่มีโอกาสนะคะ เราเชื่อว่าทุกคนมีโอกาสและงานที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองอยู่แล้วแค่ต้องค้นหาและพยายามเท่านั้นเองค่ะ

Q : คณะเศรษฐศาสตร์ จบไปทำงานอะไร ได้บ้าง?

A :ทำงานได้หลากหลายมากๆเลยนะคะ ทั้งแบบตรงสาย และไม่ตรงสาย ถ้าตรงสายก็จะเป็นกลุ่มพนักงานธนาคาร นักวิจัยที่ปรึกษาการเงิน/การลงทุน อาจารย์สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ แต่ถ้าไม่ตรงสายก็จะมีทั้ง นักการตลาด นักธุรกิจ นักการเงิน แอร์โฮสเตส เป็นต้น

ส่วนเราตอนนี้กำลังทำงานด้าน marketing บริษัทนึงอยู่ค่ะ หลักๆเราก็จะทำส่วนของการครีเอทและผลิตคอนเทนต์ ตอนแรกๆ ยอมรับเลยว่า เราเองก็แอบงงๆเหมือนกัน เพราะเราก็จบเศรษฐศาสตร์มา ไม่ได้จบการตลาดมาโดยตรงแต่ก็พอมีพื้นฐานเกี่ยวกับการตลาดอยู่บ้าง บวกกับทักษะส่วนตัวที่เราฝึกฝน ทำให้การทำงานของเราผ่านไปได้ด้วยดี ส่วนไหนที่ไม่รู้หรือไม่คุ้นเคย เราก็สามารถเรียนรู้เพิ่มเติม เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากคนรอบตัวในบริษัทได้ ดังนั้นน้องๆไม่ต้องกังวลเลยนะคะ เรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์มา สามารถทำงานได้หลากหลายมากๆเลย

คณะเศรษฐศาสตร์ จบไปทำงานอะไร เรียนอะไรบ้าง

Q : อยากฝากอะไรถึงน้องๆที่กำลังสนใจคณะนี้บ้าง?

A: เราอยากจะบอกถึงน้องๆว่า การเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องเก่งเลข สุดท้ายแล้วพอได้เข้ามาเรียน จริงๆ ทุกคนก็จะเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน เริ่มเรียนปรับพื้นฐานกันใหม่ทั้งหมดเหมือนกัน ถ้าน้องๆสนใจคณะเศรษฐศาสตร์ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยไหนดี แนะนำให้ลองเข้าค่ายของแต่ละมหาวิทยาลัย ดูว่าการเรียนเป็นอย่างไร สังคมโอเคไหม จะได้รู้ว่าเข้ากับเราจริงหรือเปล่า และก็จะช่วยสร้าง connection ให้เรามากขึ้นด้วยนะ

สุดท้ายแล้ว พี่มองว่าคณะนี้จะสอนให้เรา มีทักษะการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล คิดเป็นระบบ เข้าใจภาพรวมต่างๆมากยิ่งขึ้น สำหรับน้องๆที่อยากจะพัฒนาตัวเองในด้านนี้ หรือสนใจด้านนี้จริงๆ พี่ก็มองว่าคณะเศรษฐศาสตร์ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับน้องๆเลย

พี่เองก็ขอเป็นกำลังใจให้กับน้องๆทุกคนที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย และกำลังพยายามสู้เพื่อความฝันของตัวเองอยู่นะคะ ระหว่างทางอาจจะมีท้อบ้าง เหนื่อยบ้าง ไม่เป็นไรนะ พักแล้วมาเริ่มใหม่ ขอแค่เราอย่ายอมแพ้ ทำให้เต็มที่ที่สุด พี่เชื่อว่าทุกความพยายามมันไม่สูญเปล่า วันหนึ่งน้องจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองแน่นอนเลย