น้อง ๆ รู้กันไหมว่าการเขียนเรียงความเป็นทักษะการเขียนขั้นพื้นฐานที่สามารถนำไปต่อยอดได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
การเขียนเรียงความเพื่อยื่นเข้ามหาลัยฯ หรือการสมัครเข้าทำงาน
ยิ่งไปกว่านั้น การเขียนเรียงความยังเป็นเนื้อหาที่ออกสอบใน A-Level ภาษาไทยอีกด้วยน้า ซึ่งบทความนี้ พี่จะสรุป
เรื่องความหมายและขั้นตอนการเขียนเรียงความ พร้อมแชร์เทคนิคการตอบคำถามเมื่อเจอใน A-Level ให้ด้วย น้อง ๆ สามารถนำไปใช้ฝึกเขียนเรียงความหรือทำข้อสอบ A-Level ภาษาไทยได้เลยย
สนใจหัวข้อไหน ... กดอ่านเลย
Toggleเรียงความ คือ งานเขียนที่มีโครงสร้างชัดเจน มีจุดมุ่งหมายเพื่อถ่ายทอดความรู้ ความคิดเห็น และความรู้สึกโดยใช้ภาษาที่ดี ถูกต้อง และกระชับ ซึ่งในข้อสอบวิชาสามัญ และ A-Level ภาษาไทยออกข้อสอบเรื่องการเขียนเรียงความทุกปี
ปีละ 1-2 ข้อ
การเขียนเรียงความมี 3 ส่วน ได้แก่ คำนำ เนื้อหา และสรุป ถ้าขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปจะทำให้งานเขียนไม่สมบูรณ์ได้
ซึ่งการเขียนเรียงความจะสมบูรณ์และน่าสนใจขึ้นต้องมีเทคนิคที่ดีในการเขียนแต่ละส่วน ตามนี้เลยยย
คำนำ คือ ส่วนแรกของเรียงความมีหน้าที่เปิดประเด็นเข้าสู่เรื่องเพื่อให้ผู้อ่านสนใจและอยากอ่านต่อนั่นเอง ซึ่งเทคนิคที่ช่วยให้คำนำมีความน่าสนใจ เช่น
เนื้อหา คือ ส่วนที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นส่วนที่ขยายความข้อเท็จจริง ความรู้ หรือความคิด ตามจุดประสงค์ที่ผู้เขียนต้องการเสนอ ซึ่งส่วนนี้ต้องอาศัยการเรียบเรียงอย่างดี น้อง ๆ อาจใช้เทคนิคเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการเขียน เช่น
สรุป คือ ส่วนปิดท้ายของเรียงความที่เน้นจุดมุ่งหมายของเรื่องอีกครั้ง โดยการเขียนสรุปต้องกระชับและครอบคลุมประเด็นสำคัญ เพื่อให้ผู้อ่านประทับใจ ซึ่งอาจใช้วิธีการสรุปได้หลายวิธี เช่น
ฉันมีวันนี้ได้เพราะฉันได้รับโอกาสจากผู้มีพระคุณ ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันญาติอะไรกับฉัน แต่ท่านเป็นเสมือนแม่ เป็นทุก ๆ อย่างให้กับฉัน แต่นั่นก็คือส่วนหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเรา เพราะจะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ จะสูงหรือต่ำอยู่ที่ทำตัว
(เรียงความเรื่อง “จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ…จะสูงหรือต่ำอยู่ที่ทำตัว” โดยนางสาวชนัดดา แสนลี)
การทำข้อสอบเรื่องการเขียนเรียงความ น้อง ๆ ต้องสามารถจำแนก ส่วนนำ / เนื้อหา / สรุป ได้ ซึ่งวันนี้พี่เลยมีทริกง่าย ๆ ในการสังเกตข้อความแต่ละส่วนมาฝากด้วยน้า ตามนี้เลยย
คำนำ = เปิดประเด็นเข้าสู่เรื่องแบบกว้าง ๆ มีการเร้าความสนใจของผู้อ่าน
เนื้อหา = ขยายรายละเอียดของเรื่อง อาจมีการยกตัวอย่างประกอบ ตรงกับชื่อเรื่อง
สรุป = สรุปความคิดของเรื่อง อาจใช้การให้ข้อคิด การตั้งคำถามชวนคิด หรือการให้ข้อเสนอแนะ
นอกจากนี้ ในตัวข้อสอบอาจจะใช้คำที่ต่างออกไปได้ พี่แปะไว้ให้เผื่อน้อง ๆ เจอในข้อสอบจะได้ไม่งงน้า
คำนำ = ความนำ
เนื้อเรื่อง = ตัวเรื่อง
ความลงท้าย = สรุป
การตั้งชื่อเรื่อง เป็นอีกส่วนสำคัญเนื่องจากในข้อสอบ A-Level ภาษาไทยมักจะกำหนดชื่อเรื่องมาให้และหาว่าตัวเลือกไหนมีความสอดคล้องกับชื่อเรื่องนั่นเอง เพราะฉะนั้น น้อง ๆ ต้องวิเคราะห์ดูให้ดีว่าชื่อเรื่องที่โจทย์กำหนดให้ครอบคลุมกับเนื้อหาไหม ซึ่งลักษณะของการตั้งชื่อเรื่องที่ดี ได้แก่
ตอบ ตัวเลือกที่ 2
ตัวเลือก 1. ผิด เพราะมีวลี “ดังกล่าวข้างต้น” แสดงถึงเนื้อหาที่กล่าวไปแล้วและกล่าวถึงรายละเอียดของเนื้อหาจึงจัดเป็นส่วนเนื้อหา
ตัวเลือก 2. ถูก เพราะเป็นข้อความที่เกริ่นภาพกว้าง ๆ ก่อนเข้าสู่เนื้อเรื่อง ไม่ได้มีการลงรายละเอียดจึงเหมาะเป็นส่วนคำนำ
ตัวเลือก 3. ผิด เพราะมีวลี “เหล่านี้” แสดงถึงเนื้อหาที่กล่าวไปแล้วและกล่าวถึงรายละเอียดของเนื้อหาจึงจัดเป็นส่วนเนื้อหา
ตัวเลือก 4. ผิด เพราะขึ้นต้นประโยคว่า “นอกเหนือจาก” เป็นการเชื่อมข้อความจากข้อความก่อนหน้าจึงนี้จึงเหมาะเป็นส่วนเนื้อหา
ตัวเลือก 5. ผิด เพราะจากประโยค “ป่าไม้ที่ยืนต้นอยู่ก็ให้ประโยชน์แก่มนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อมอเนกประการ” เป็นข้อความที่กล่าวถึงรายละเอียดของเนื้อหา จึงจัดเป็นส่วนของเนื้อหา
ตอบ ตัวเลือกที่ 4
ตัวเลือก 1. ผิด เพราะสถิติผู้ป่วยและสถานการณ์รายวันเป็นข้อมูลที่กล่าวกว้าง ๆ ไม่ได้ลงรายละเอียดถึงการหยุด
โควิด-19 จึงเหมาะเป็นส่วนคำนำ
ตัวเลือก 2. ผิด เพราะนิยามความหมายเป็นข้อมูลกว้าง ๆ ของโควิด-19 ไม่ได้ลงรายละเอียดถึงการหยุดโควิด-19 จึงเหมาะเป็นส่วนคำนำ
ตัวเลือก 3. ผิด เพราะสถานรักษาพยาบาลเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาซึ่งไม่สอดคล้องกับชื่อเรื่อง “หยุดโควิด-19”
ตัวเลือก 4. ถูก เพราะอาการของโรค การติดต่อ การป้องกันและการรักษา เป็นหัวข้อที่สอดคล้องกับชื่อเรื่อง “หยุดโควิด-19” มากที่สุด และเหมาะเป็นส่วนเนื้อเรื่อง
ตัวเลือก 5. ผิด เพราะขั้นตอนการรักษาและการดูแลผู้ป่วยเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาซึ่งไม่สอดคล้องกับเรื่องการหยุดโควิด-19
สำหรับสนามสอบ A-Level ก็จะเป็นอีกสนามที่มีความสำคัญมากเพราะสามารถใช้ยื่นคะแนนได้หลายคณะและเป็นวิชาที่ต้องอาศัยการเตรียมตัวค่อนข้างนาน สำหรับใครที่กลัวเตรียมตัวไม่ทันอยากจะประหยัดเวลาในการเตรียมสอบ
พี่ขอแนะนำคอร์สเรียนพิเศษสนาม A-Level ของ SmartMathPro ที่มีทั้ง A-Level คณิต 1,2 /
A-Level ภาษาอังกฤษ / A-Level ฟิสิกส์ / A-Level ภาษาไทย / A-Level สังคม เลยน้าา
โดยสำหรับใครที่ไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนได้ เพราะพี่สอนตั้งแต่ปูพื้นฐาน ไปจนถึงพาทำโจทย์ตั้งแต่ระดับง่ายไปจนถึงความยากใกล้เคียงกับข้อสอบจริงเลย แถมมีเทคนิคในการทำข้อสอบอีกเพียบที่จะช่วยให้น้อง ๆ ทำข้อสอบได้เร็วขึ้น > <
และสำหรับใครที่ยังไม่เริ่ม เริ่มติวตอนนี้ก็ยังทันน้าา แอบกระซิบว่าถ้าสมัครคอร์สตั้งแต่ตอนนี้พี่มี Unseen Mock Test ชุดพิเศษ 1 ชุด แถมฟรีไปให้ลองทำพร้อมสิทธิพิเศษประจำเดือนอีกมากมายด้วย ถ้าน้อง ๆ คนไหนสนใจคอร์สเตรียมสอบ A-Level สามารถ คลิก เข้ามาดูรายละเอียดได้เลยย
พี่เชื่อว่าน้อง ๆ ที่อ่านบทความนี้ คงจะได้ความรู้เรื่องการเขียนเรียงความกันไปแบบจัดเต็ม ทั้งคนที่จะนำความรู้ไปใช้เขียนเรียงความและเตรียมสอบ A-Level ภาษาไทย อย่างไรก็ตาม นอกจากการอ่านเนื้อหาแล้ว อย่าลืมฝึกเขียนบ่อย ๆ หรือลองทำข้อสอบเก่าย้อนหลังหลาย ๆ ปีด้วยน้า
บทความ แนะนำ
บทความ แนะนำ
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาไทยของสถาบัน SmartMathPro
ทีมวิชาการภาษาไทย
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาไทยของสถาบัน SmartMathPro
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่
Line : @smartmathpronews
FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น
IG : pan_smartmathpro
X : @PanSmartMathPro
Tiktok : @pan_smartmathpro
Lemon8 : @pan_smartmathpro
