เมื่อพูดถึง TPAT1 พี่เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นหูกับชื่อนี้กันมาบ้าง โดยเฉพาะกับน้อง ๆ ที่ฝันอยากจะเรียนคณะสายหมอในกลุ่ม กสพท เพราะวิชานี้เป็นวิชาที่ใช้สอบเข้าผ่านระบบของ กสพท โดยจะมีอยู่ 3 พาร์ตด้วยกัน คือ
พาร์ตเชาวน์ปัญญา, พาร์ตจริยธรรมแพทย์, และพาร์ตเชื่อมโยง
ทั้งนี้พี่ก็เคยสรุปเนื้อหาพาร์ตเชาวน์ปัญญา และ พาร์ตจริยธรรมแพทย์ ไปแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจะไปเจาะลึกข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยง กันดูบ้างว่าออกสอบอะไรบ้าง, แนวโน้มการออกข้อสอบ, เทคนิคและจุดควรระวังในการทำข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยง และหัวข้ออื่น ๆ ที่เรียกได้ว่าอัดแน่นมากในบทความนี้ ไปดูกันเลยย
สนใจหัวข้อไหน ... กดอ่านเลย
Toggleก่อนที่จะไปเจาะลึกข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยง ก่อนอื่นเรามารู้จักรูปแบบของข้อสอบนี้กันก่อนดีกว่า สำหรับข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยง จะเป็น บทความ ที่มาพร้อมกับ ข้อความที่กำหนด ที่อยู่ในรูปแบบของตารางต่อท้ายบทความ ซึ่งหน้าที่ของน้อง ๆ คือต้องหา “ความเชื่อมโยง” ของข้อความที่กำหนดให้ว่ามีความสัมพันธ์ในรูปแบบไหนและมีข้อความไหนบ้างที่สัมพันธ์กัน ผ่านการอ่านบทความนั่นเองงง
นอกจากเรื่องรูปแบบข้อสอบแล้ว ข้อมูลพื้นฐานของการสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยง ก็สำคัญมากไม่แพ้กัน
โดยสิ่งที่น้อง ๆ ต้องรู้ก่อนเข้าห้องสอบก็จะมีตามที่พี่ลิสต์มาข้างล่างนี้เลยย
1. เวลาที่ใช้สอบ : 60 นาที
2. จำนวนข้อสอบ : 1 บทความ ความยาวประมาณ 2 หน้ากระดาษ
3. จำนวนข้อความที่กำหนด : 20 ข้อความ
4. คะแนนเต็ม : 100 คะแนน (คะแนนเท่ากับพาร์ตเชาวน์ปัญญา และพาร์ตจริยธรรมแพทย์)
สำหรับใครที่อยากรู้ว่าพาร์ตอื่น ๆ ของ TPAT1 จะต้องสอบอะไร ? แนวข้อสอบเป็นอย่างไร ?
มีพาร์ตไหนอีกบ้าง ? สามารถดูได้ที่บทความ TPAT1 คืออะไร ? ได้เลยน้าา
สำหรับหัวข้อนี้ พี่ขอย้ำก่อนว่าข้อสอบ TPAT1 ไม่มี Test Blueprint ของข้อสอบน้า ดังนั้นข้อมูลที่พี่จะอธิบายให้น้อง ๆ ฟังต่อจากนี้จะมาจากการรีวิวข้อสอบปี 68 จากรุ่นพี่ซึ่งข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยงปีนี้ไม่ได้ต่างจากปีก่อน ๆ ระดับความยากอยู่ในเกณฑ์ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายเกินไป มีการหลอกความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเล็กน้อย ซึ่งไม่ยากเกินความสามารถของน้อง ๆ หากเตรียมตัวสอบให้ดีก็สามารถทำได้แน่นอนนนน
ส่วนสำหรับปีถัด ๆ ไป พี่คาดเดาว่าหากผู้จัดการสอบยังเป็น กสพท ข้อสอบพาร์ตเชื่อมโยงจะยังคงไปในแนวนี้อยู่ ไม่น่าต่างจากปีก่อนเท่าไร ส่วนที่อาจเปล่ียนไปคงเป็นเรื่องวิธีการเขียนบทความที่อาจซับซ้อนมากขึ้นเพื่อให้น้อง ๆ หา
ความสัมพันธ์ของข้อความที่กำหนดให้ยากขึ้นนั่นเองง ซึ่งพี่จะอธิบายวิธีการทำข้อสอบพาร์ตนี้ รวมถึงจุดที่ควรระวังในการทำข้อสอบในหัวข้อถัดไปน้าา
ย้อนกลับไปถึงรูปแบบของข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยง ที่พี่บอกว่าเราต้องหาความสัมพันธ์ของข้อความที่โจทย์กำหนดให้ ซึ่งการที่เราจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อความต่าง ๆ ในบทความได้ น้อง ๆ ต้องรู้จักความสัมพันธ์และสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่มีทั้งหมด 4 แบบก่อน คือ
1. ความสัมพันธ์แบบ A “ทำให้เกิด” หากเขียนแผนผังมักใช้สัญลักษณ์ “ลูกศร”
2. ความสัมพันธ์แบบ F “ยับยั้ง” หากเขียนแผนผังมักใช้สัญลักษณ์ “ลูกศรกากบาท”
3. ความสัมพันธ์แบบ D “องค์ประกอบ / ลักษณะ / คุณสมบัติ” หากเขียนแผนผังมักใช้สัญลักษณ์ “ลูกตุ้ม”
4. ความสัมพันธ์แบบ 99H ใช้เมื่อข้อความที่โจทย์กำหนดไม่ได้มีความสัมพันธ์กับข้อความไหน
ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ของแต่ละความสัมพันธ์ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ภาพด้านล่างนี้เลยยย




ส่วนเรื่องการตอบข้อสอบพาร์ตนี้ เมื่อเข้าห้องสอบน้อง ๆ จะได้ชุดข้อสอบที่มีทั้งบทความและกระดาษคำตอบมาพร้อมกัน เมื่อน้อง ๆ หาความสัมพันธ์ในบทความได้แล้ว ให้ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลยย
1. ถอดความสัมพันธ์เหล่านั้นมาเป็นรหัสแล้วฝนลงไปในกระดาษคำตอบ
2. ฝน “รหัส 3 ตัว” ประกอบด้วยเลขข้อความ 2 ตัวหน้า และอักษรภาษาอังกฤษอีก 1 ตัวท้ายเพื่อบอกรูปแบบ
ของการเชื่อมโยง เช่น เมื่อน้อง ๆ หาความสัมพันธ์ได้ว่าข้อความ 01 ทำให้เกิด 02 เมื่อไปตอบในกระดาษคำตอบตรง
ข้อ 01 น้อง ๆ จะต้องเขียนว่า 02A นั่นเอง
บอกเลยว่าหัวข้อนี้สำคัญมากกก เพราะข้อสอบเชื่อมโยงปกติจะไม่มีการสอนในโรงเรียน พี่จึงได้รวบรวมรีวิวจากรุ่นพี่ที่ผ่านข้อสอบนี้มาก่อน แล้วสรุปออกมาเป็นจุดที่ต้องระวัง หรือจุดที่น้อง ๆ มักพลาดในข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยงทั้งหมด 4 ข้อ ตามนี้เลยย
1. การอยู่ร่วมกันของข้อความที่กำหนด : ข้อแรกที่น้อง ๆ มักพลาดเพราะความรีบ นั่นคือข้อความที่กำหนดไม่จำเป็นต้องอยู่แยกกันอย่างชัดเจน บางครั้งสามารถอยู่รวมกันเป็นข้อความเดียวได้ เช่น
ในบทความกล่าวว่า “เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554… …ทำให้ภาครัฐและประชาชนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาด้านอุทกภัย”
จะเห็นว่า “ภาครัฐและประชาชนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาด้านอุทกภัย” คือการอยู่ร่วมกันของข้อความ 02 / 04 ดังนั้นเมื่อเขียนแผนภาพ จะได้ว่า [ 19 ทำให้เกิด 02 / 04 ]
2. การเล่นคำของข้อความที่กำหนด : บางครั้ง ข้อความที่กำหนดให้ในตารางกับข้อความในบทความจริงไม่ได้เขียนเหมือนกันเสมอไป แต่หากตีความแล้วมีความหมายเหมือนกัน จะนับได้ว่าข้อความในบทความจริงนั้นเป็นข้อความที่กำหนด เช่น
ในบทความกล่าวว่า “เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2564… …แต่มันส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างยาวนานโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่พบเจอกับภาวะขาดทุนเนื่องจากผลผลิตเสียหาย”
จะเห็นว่า “ภาคการเกษตรเสียหาย”และ “กลุ่มเกษตรกรที่พบเจอกับภาวะขาดทุนเนื่องจากผลผลิตเสียหาย” มี
ความหมายคล้ายกัน ดังนั้นเมื่อเขียนแผนภาพ จะได้ว่า [ 03 ทำให้เกิด 05 ]
3. ข้อความการอ้างถึง / กล่าวถึงทั้งหมด : ข้อนี้ไม่ยากแต่น้อง ๆ พลาดกันบ่อยมาก นั้นคือหากเจอข้อความที่มี
การอ้างถึงข้อความก่อนหน้า อย่างเช่น มาตรการที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น, การที่ต้องพยายามปรับตัวดังกล่าว
ให้น้อง ๆ ย้อนกลับไปอ่านข้อความก่อนหน้าว่ามีข้อความที่กำหนดอะไรบ้าง แล้วรวมทุกข้อความเหล่านั้นมาเขียนแผนภาพ เช่น
ในบทความกล่าวว่า “การปรับปรุงทางน้ำ การก่อสร้างทางระบายน้ำท่วม การกำหนดพื้นที่แก้มลิงเพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำนองขนาดใหญ่ในช่วงฤดูน้ำหลาก (Room for the Rivers) มาตรการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำให้เกิดผลอย่างชัดเจนในการยับยั้งและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมปี 2564 ได้”
จะเห็นได้ว่า “มาตรการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้” นั้นเป็นการอ้างถึงมาตรการที่กล่าวมาก่อนหน้าคือ “การปรับปรุงทางน้ำ” “การก่อสร้างทางระบายน้ำท่วม” และ “การกำหนดพื้นที่แก้มลิง” ดังนั้นเมื่อเขียนแผนภาพ จะได้ว่า
[ 07 / 12 / 20 ยับยั้ง 03 ]
4. อ่านทั้งย่อหน้าให้ครบก่อนสรุปความสัมพันธ์ : ในการทำข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยง พี่แนะนำว่าอย่าเพิ่งเร่งด่วนสรุป แต่ต้องอ่านให้ครบทุกตัวอักษรก่อนน้า เพราะบางครั้งในบทความจะพบข้อความที่กำหนดอยู่ใกล้กัน แต่ไม่มีข้อความเชื่อมความสัมพันธ์ ซึ่งหากอ่านให้ครบ น้อง ๆ จะเจอความสัมพันธ์ในส่วนหลังของย่อหน้า เช่น
ในบทความกล่าวว่า “กระทั่งปี 2564 เกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน อิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่ซึ่งพัดตัวขึ้นฝั่งที่เวียดนามทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในแถบภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พายุเตี้ยนหมู่นี่เองเป็นตัวการทำให้เกิด
น้ำท่วมในปีนั้น”
จะเห็นว่าในบทความมีการกล่าวถึงข้อความ 03 “น้ำท่วมปี 2564” และ 10 “พายุเตี้ยนหมู่” ตั้งแต่ต้นย่อหน้า แต่น้อง ๆ จะไม่เจอความสัมพันธ์ซึ่งหากอ่านจนจบ เราจะพบความสัมพันธ์คือ “พายุเตี้ยนหมู่นี่เองเป็นตัวการทำให้เกิดน้ำท่วมในปีนั้น” ดังนั้นเมื่อเขียนแผนภาพ จะได้ว่า [ 10 ทำให้เกิด 03 ]
ด้วยเพราะข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยง ไม่ได้มีการสอนวิธีทำในหลักสูตร แถมแนวของข้อสอบก็ไม่เคยเปล่ียนไปเลยมาหลายปีแล้ว วิธีการเตรียมตัวที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการทำแบบฝึกหัดนั่นเองง น้อง ๆ สามารถหาแบบฝึกหัดทำเพื่อฝึกมือได้เลย เพราะการฝึกทำแบบฝึกหัด นอกจากจะทำให้เราได้เรียนรู้วิธีการทำข้อสอบแล้ว จะทำให้น้อง ๆ มีภูมิคุ้มกันในการอ่านบทความอีกด้วยน้าา
อีกเหตุผลที่พี่แนะนำให้น้อง ๆ ทำแบบฝึกหัด เพราะว่าหลักสำคัญในการทำข้อสอบพาร์ตเชื่อมโยงคือ การอ่าน ซึ่ง
การอ่านเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่ต้องอาศัยการฝึกฝน บางคนอ่านช้า บางคนอ่านเร็วแต่ติดการอ่านข้าม บางคนต้องอ่านบทความ 2 – 3 รอบถึงจะเข้าใจเรื่องราวของบทความ เรื่องพวกนี้เป็นอุปสรรคสำคัญในการทำข้อสอบประเภทที่มีบทความยาว ๆ อย่าง TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยงเลยย
ดังนั้นวิธีการฝึกฝนและกำจัดอุปสรรคเหล่านี้ที่ดีที่สุดคือการทำแบบฝึกหัดเยอะ ๆ เข้าไว้ สำคัญกว่านั้นเมื่อทำแล้วน้อง ๆ ต้องดูว่าเราพลาดตรงไหน พลาดตรงอ่านบทความหรือพลาดตอนเขียนความสัมพันธ์ แล้วพยายามปิดรอยรั่วเหล่านั้นก่อนเริ่มทำชุดใหม่ ถ้าทำตามเทคนิคที่พี่แนะนำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ 100 คะแนนเต็มไม่ไปไหนไกลแน่นอน
(ส่วนใครที่ต้องการแบบฝึกหัดเพิ่มเติม ถ้าลองทำแบบฝึกหัดแนวของ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยงยังไม่หนำใจ
พี่แนะนำว่าให้ทำข้อสอบเก่า GAT เชื่อมโยง ซึ่งรูปแบบข้อสอบคล้าย TPAT1 เลย แต่ตัว GAT จะง่ายกว่า หลอกไม่ซับซ้อน และกำหนดข้อความให้หาความสัมพันธ์น้อยกว่า)
TPAT1 เป็นวิชาที่ไม่มีสอนในหลักสูตรของโรงเรียน ทำให้น้อง ๆ ที่ใฝ่ฝันอยากจะเข้าคณะกลุ่มหมออาจรู้สึกกังวลได้ว่าจะเตรียมตัวสอบไม่ถูก หรือไม่แน่ใจว่าควรเก็บเนื้อหาหรือฝึกทำโจทย์ยังไงถึงจะตรงจุดที่สุด ใครที่กำลังกังวลเรื่องนี้อยู่ วันนี้พี่มีตัวช่วยดี ๆ มาแนะนำอย่างคอร์สเตรียมสอบ TPAT1 ที่พี่สอนร่วมกับ อ.ขลุ่ย และพี่หมออู๋ ให้เลยยย
โดยคอร์สนี้จะสอนครบทุกพาร์ตของ TPAT1 ตั้งแต่ปูพื้นฐานเนื้อหา (คนที่ไม่มีพื้นฐานก็เรียนได้) พาตะลุยโจทย์หลายระดับแบบจัดเต็ม พร้อมบอกเทคนิคและแนวคิดในการทำข้อสอบแต่ละพาร์ตที่จะช่วยให้น้อง ๆ ทำข้อสอบได้ทันเวลา และเพิ่มโอกาสในการอัปคะแนนอีกด้วย
แนะนำให้เริ่มเตรียมสอบกันตั้งแต่ตอนนี้เลย น้อง ๆ จะได้มีเวลาทบทวนเนื้อหาและฝึกทำโจทย์ให้พร้อมยิ่งขึ้น และที่สำคัญ ถ้าสมัครคอร์ส TPAT1 ตั้งแต่ตอนนี้ พี่มี Unseen Mock Test ชุดพิเศษ 1 ชุด แถมไปให้พร้อมสิทธิพิเศษประจำเดือนอีกมากมายด้วยน้า ถ้าน้อง ๆ คนไหนสนใจคอร์ส TPAT1 สามารถ คลิก เข้ามาดูรายละเอียดได้เลยย
สำหรับการคิดคะแนนของ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยงก็ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด ซึ่งน้อง ๆ คนไหนที่อยากลองคิดคะแนนของตัวเองเวลาฝึกทำโจทย์หรือแบบฝึกหัดก็สามารถยึดตามนี้ได้เลยย
1. คะแนนแต่ละรหัสย่อย นำคะแนนเต็ม (100) หารด้วยจำนวนคำตอบ นั่นคือ คะแนนแต่ละรหัสย่อย เช่น 01A, 02D ฯลฯ จะมีคะแนนรหัสละเท่าไร ขึ้นอยู่กับจำนวนคำตอบที่ ถูกต้องทั้งหมดในข้อสอบฉบับนั้น โดยใช้สูตร
คะแนนแต่ละรหัส = 100 / จำนวนรหัสที่เป็นคำตอบที่ถูกต้อง
เช่น ข้อสอบเชื่อมโยงฉบับหนึ่ง มีจำนวนรหัสที่เป็นคำตอบที่ถูกต้อง 40 รหัส หมายความว่า ทุกรหัสจะมี
คะแนน 2.5 คะแนน
2. ตอบถูกครบถ้วน รับคะแนนเต็ม ๆ จากข้อที่แล้วพี่ยกตัวอย่างว่า ข้อสอบชุดหนึ่ง มีจำนวนรหัสที่เป็นคำตอบที่
ถูกต้อง 40 รหัส รหัสละ 2.5 คะแนน
สมมติข้อความ 01 มีคำตอบคือ 02A 03D 04D 05F ถ้าใครตอบ 02A 03D 04D 05F ครบทั้ง 4 คำตอบ ก็จะได้คะแนนทั้งหมด 4 x 2.5 = 10 คะแนน
3. ตอบไม่ครบ ไม่หักคะแนน ในกรณีที่ข้อความ 01 มีคำตอบคือ 02A 03D 04D 05F หากน้อง ๆ ตอบ 02A 03D 04D แค่ 3 คำตอบ โดยขาด 05F ไป น้อง ๆ ก็จะได้คะแนนทั้งหมด 3 x 2.5 = 7.5 คะแนน นั่นคือ ไม่ได้มีการหักคะแนนเพิ่ม แต่ก็จะไม่ได้เต็มเพราะตอบไม่ครบ
4. ตอบผิดติดลบจุดละ 3 คะแนน มาถึงความโหดร้ายของข้อสอบเชื่อมโยงแล้ว นั่นคือ ถ้ามีการตอบรหัสที่ไม่ใช่คำตอบซึ่งรวมถึงการตอบถูกเลขแต่อักษร A, D, F, H ผิด น้อง ๆ จะถูกหักรหัสละ 3 คะแนน โดยไม่สนว่าปีนั้นคำตอบที่ถูกจะมี
ค่ารหัสละกี่คะแนน เช่น
ในกรณีที่ข้อความ 01 มีคำตอบคือ 02A 03D 04D 05F แต่ตอบ 02D 03D 04D 05F จะเห็นว่า มีรหัสที่ถูก 3 คำตอบ
มีรหัสที่ผิด 1 คำตอบ (ถือว่า 02A ไม่ได้ตอบ และ 02D เป็นคำตอบที่ผิด) ก็จะได้คะแนนทั้งหมด 3 x 2.5 = 7.5 คะแนน แต่
ถูกหักไป 1 x 3 = 3 คะแนน คงเหลือ 4.5 คะแนน
(ถ้าเทียบกับคะแนนเต็ม 10 คะแนน การผิดแค่ตัวอักษร A กับ D แล้วทำให้คะแนนข้อนี้เหลือไม่ถึงครึ่ง ถือว่าน่ากลัว
มากเลย ดังนั้นพี่แนะนำว่าให้รอบคอบเวลาทำข้อสอบมาก ๆ น้าจะได้ไม่เสียคะแนนกัน)
5. ข้อสอบจะไม่หักคะแนนข้ามข้อ เรื่องโหดร้ายไปแล้ว มาถึงเรื่องใจดีของข้อสอบบ้างดีกว่า ในกรณีที่คะแนนหักมากกว่าคะแนนที่ได้จนทำให้คำตอบติดลบ จะถือว่า คะแนนของข้อนั้นจะเท่ากับ 0 คะแนน โดยส่วนที่ติดลบก็จะหายไป ไม่ได้เอาไปติดลบในข้อถัดไปด้วย เช่น
ในกรณีที่ข้อความ 01 มีคำตอบคือ 02A 03D 04D 05F แต่น้อง ๆ ตอบ 02A 03A 04A 05F จะเห็นว่า มีรหัสที่ถูก 2
คำตอบ มีรหัสที่ผิด 2 คำตอบก็จะได้คะแนนทั้งหมด 2 x 2.5 = 5 คะแนน แต่ถูกหักไป 2 x 3 = 6 คะแนน คงเหลือ –1 คะแนน ซึ่งกรณีนี้ จะปรับว่าข้อนี้ได้ 0 คะแนน โดยไม่นำ –1 ที่ค้างอยู่ไปลบเพิ่มในคะแนนรวม
6. ตอบสลับตำแหน่งได้ นับว่าเป็นอีกเรื่องใจดีของข้อสอบเลย เพราะเราไม่จำเป็นต้องเรียงเลขเวลาตอบข้อสอบ เช่น
ข้อความ 01 มีคำตอบคือ 02A 03D 04D 05F แล้วเราฝนคำตอบแบบไม่เรียงลำดับ เป็น 05F 02A 03D 04D เราจะยังได้คะแนนเท่าเดิมกับการตอบแบบเรียงลำดับคือ 10 คะแนน
มาถึงส่วนของหน้าตาข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยงกันแล้วว ข้อสอบต่อไปนี้ที่พี่นำมาให้น้อง ๆ ดูไม่ใช่ข้อสอบจริงน้า แต่เป็นข้อสอบที่ออกมาเสมือนข้อสอบจริงเท่านั้น
สำหรับน้อง ๆ มือใหม่ที่เริ่มอ่านบทความนี้พี่ปรับให้ข้อสอบชุดนี้ง่ายกว่าข้อสอบจริงนิดหน่อย โดยลดจำนวนข้อความที่กำหนดให้จากข้อสอบจริงจะมี 20 ข้อความให้เหลือ 10 ข้อความ แต่สำหรับตัวบทความ แม้จะมีความยาวไม่เท่ากับข้อสอบจริง แต่ลักษณะการเขียนและการหลอกไม่ต่างจากบทความจริงเลย ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว ไปลุยกันเลยย
การเดินทางสู่ความสำเร็จ
หากการเดินทางสู่จุดหมายของชีวิตเปรียบเสมือนการเดินทางไปยังที่ใดที่หนึ่งด้วยรถยนต์หนึ่งคันด้วยต้นทุนที่เรามีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน สมรรถนะของรถ เวลา ฯลฯ เราทำอย่างไรจึงจะทำให้เราถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้โดยที่ยังมีความสุขตลอดเวลาของการเดินทาง
ความสำเร็จบนเส้นทางชีวิตในองค์รวมย่อมมีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ต้องพิจารณาหลายด้าน หลายคนจะมองเพียง
องค์ประกอบหลักแค่ว่า เราไปถึงจุดหมายที่ต้องการหรือไม่ หลายคนกดดันตัวเองยิ่งกว่าจึงเลือกจดจ้ององค์ประกอบอีกข้อหนึ่งคือ เราไปถึงจุดหมายนั้นได้ภายในเวลาที่ตั้งใจไว้หรือไม่ แน่นอนว่าทั้งสองด้านนี้คือสองสิ่งหลัก ๆ ที่คนส่วนใหญ่มองหา อย่างไรก็ดี คนส่วนใหญ่มักหลงลืมองค์ประกอบของความสำเร็จดังกล่าวอีกสองข้อ ที่จะทำให้ความสำเร็จนั้นคุ้มค่ากับการลงแรงและลงมือทำ ข้อแรกก็คือ เป้าหมายชีวิตที่วางไว้ได้เหมาะสมกับตนเอง คำว่าเหมาะสมนั้น ได้แก่ เหมาะสมแก่กำลังและเหมาะสมแก่เวลาที่มีอยู่ บางคนมีศักยภาพสูงแต่ตั้งเป้าหมายไว้ต้อยต่ำ ก็ย่อมทำให้รู้สึกไม่ท้าทายและเฉื่อยชา ในทางกลับกัน บางคนอาจกำลังตั้งเป้าหมายไว้สูงลิ่ว โดยลืมนึกถึงต้นทุนทางความสามารถที่ไม่ได้สั่งสมไว้แต่เดิม จึงมักจะลงเอยด้วยความผิดหวัง อย่างไรก็ดี คำว่า “ศักยภาพ” ที่กล่าวถึงในที่นี้เป็นสิ่งที่พัฒนาได้ ผู้เขียนเชื่อว่าหากเราสละเวลาทุ่มเททำบางสิ่งบางอย่างเป็นเวลานานพอ “ศักยภาพ” หรือ “ความสามารถ” ของคนเราต้องดีขึ้นได้เป็นแน่
องค์ประกอบสำคัญอีกข้อหนึ่งที่จะทำให้การลงแรงเพื่อความสำเร็จของเราคุ้มค่า คือ การเลือกเส้นทางที่เกื้อหนุน
ความสุขของเรา ไม่ใช่สักแต่ว่าเลือกเพราะแรงกดดันของสังคมหรือคนรอบข้าง สุดท้ายเมื่อเดินทางถึงจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้ คนที่จะชื่นชมและอยู่กับมันมากที่สุดคือตัวเราเอง หากไม่ใช่เพื่อความพึงพอใจของเราแล้ว ย่อมไม่คุ้มค่าที่จะลงมือทำแม้แต่น้อย การเลือกเส้นทางเช่นนี้ย่อมทำให้เรามีความสุขท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อย ไม่ทุกข์ทรมานกับการไขว่คว้าจนเกินไป รวมทั้งไม่ทำให้เรากลายเป็นเครื่องจักรไร้จิตใจที่มุ่งแต่จะเดินหน้าไล่ตามความสำเร็จตลอดเวลา

ภาวะโลกร้อน
ปัจจุบันดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่เราอาศัยอยู่กำลังประสบปัญหาภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ อุณหภูมิเฉล่ียของอากาศสูงขึ้น โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้เผยแพร่ข้อมูลล่าสุดถึงความเป็นไปได้ที่อุณหภูมิเฉลี่ยใกล้พื้นผิวโลกระหว่างปี 2566 ถึง 2570 จะสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมมากกว่า 1.5 องศาเซลเซียส และอาจร้อนที่สุด
เป็นประวัติการณ์ตลอดระยะเวลา 5 ปีข้างหน้านี้
กิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิง ได้แก่ ถ่านหิน น้ำมัน หรือการทำฟาร์มปศุสัตว์ เป็นกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งผลให้เกิดปัจจัยที่นำไปสู่ภาวะโลกร้อนต่อไปได้ เนื่องจากกิจกรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน
หลายคนอาจไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว ก๊าซเรือนกระจกมีทั้งก๊าซที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ต่าง ๆ ดังที่กล่าวมา ก๊าซเหล่านี้เป็นองค์ประกอบของบรรยากาศโลกที่มีความสำคัญ เพราะมันช่วย
ดูดคล่ืนรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ไว้ในเวลากลางวัน แล้วค่อย ๆ แผ่รังสีความร้อนออกมาในเวลากลางคืน
ทำให้อุณหภูมิในบรรยากาศโลกไม่เปล่ียนแปลงอย่างฉับพลัน หากไม่มีก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศห่อหุ้มไว้
จะทำให้อุณหภูมิในตอนกลางวันนั้นร้อนจัดและในตอนกลางคืนนั้นหนาวจัด ก๊าซเหล่านี้จึงมีความจำเป็นในการรักษาอุณหภูมิของโลกให้คงที่ แต่ปัจจุบันก๊าซเรือนกระจกมีปริมาณมากขึ้นจนส่งผลให้โลกสะสมความร้อนไว้มาก
ดังที่เราเรียกว่า “ภาวะโลกร้อน” จนส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์จนเกิดปัญหาระบบนิเวศตามมามากมาย
ปัจจุบันนักวิชาการหลายคนลงความเห็นว่าภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาเร่งด่วน ดังจะเห็นจากผลกระทบที่เกิดจากการที่อุณหภูมิเฉล่ียของโลกเปล่ียนแปลงไปได้ปรากฏให้เห็นบ่อยขึ้น อาทิ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจากการที่น้ำแข็ง
ขั้วโลกละลายเพราะอุณหภูมิผิวน้ำสูงขึ้น พืชท้องถิ่นเดิมไม่สามารถเพาะปลูกได้เนื่องจากอากาศร้อนเกินไป
หรือจำนวนของหมีขั้วโลกลดลงเนื่องจากอุณหภูมิที่เปล่ียนไปทำให้หมีขั้วโลกตื่นก่อนหมดฤดูจำศีล
แม้จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาในระดับมหภาคเกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจกมาเป็นเวลายาวนาน ตัวอย่างเช่น
พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ซึ่งระบุการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไว้อย่างชัดเจน พิธีสารดังกล่าว
มีการกำหนดและควบคุมกิจกรรมของมนุษย์อันก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกไม่ให้มากจนเกินไป แต่นอกจากระดับนโยบายแล้ว เราในฐานะมนุษย์ที่ใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ ก็ย่อมต้องมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาเรื้อรังนี้ด้วย
นักเคล่ือนไหวด้านสิ่งแวดล้อมเสนอว่า นอกจากเราต้องช่วยกันประหยัดพลังงานเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อนแล้ว การปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวก็สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน เพราะต้นไม้จะสามารถนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศไปเปล่ียนเป็นก๊าซออกซิเจนได้ซึ่งจะดีต่อมนุษย์ในระยะยาว ยิ่งมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นเท่าไรก็จะดีต่อ
ระบบนิเวศมากขึ้นเท่านั้น แต่ทั้งนี้เราต้องเร่งช่วยกันคนละไม้คนละมือ หากเรายังนิ่งนอนใจ ไม่ร่วมกันแก้ปัญหา
มนุษย์อาจจะไม่มีโลกให้อาศัยอยู่ในที่สุด ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการต่อเวลาของดาวเคราะห์สีน้ำเงินนี้ให้มนุษย์ยังสามารถอาศัยอยู่ได้ต่อไป


ความสำคัญของการนอนหลับสนิท
สุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์และแข็งแรงเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกวัยล้วนใฝ่ฝันหา ซึ่งสุขภาพดีนั้นมาจากเรื่องง่าย ๆ อย่างการนอนอย่างมีคุณภาพ เพราะหากเรานอนอย่างมีคุณภาพแล้ว ร่างกายของมนุษย์จะหลั่งสารชนิดหนึ่งซึ่งเรียกว่า โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ออกมา ฮอร์โมนชนิดนี้เป็นฮอร์โมนสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของมนุษย์ ทั้งมีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมร่างกายและทำให้มนุษย์ห่างไกลจากโรคภัยต่าง ๆ หากมนุษย์มีโกรทฮอร์โมนน้อยกว่าปกติ จะส่งผลให้มีความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ โรคพากินสันหรือโรคทางด้านหัวใจและเส้นเลือดผิดปกติได้ นอกจากนี้การนอนหลับอย่างมีคุณภาพยังช่วยให้มนุษย์ตื่นมาด้วยความสดชื่น กระปรี่กระเปร่าและมีความสุข เรียกได้ว่า
นอกจากช่วยให้สุขภาพกายดีแล้วยังช่วยให้สุขภาพใจดีได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าคนไทยมากกว่า 20 ล้านคนประสบปัญหานอนไม่หลับ โดยกลุ่มคนที่ประสบปัญหาดังกล่าวมักจะเป็นพนักงานที่ต้องทำงานประจำโต๊ะ และจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา ยิ่งอายุมากขึ้น ก็ยิ่งนอนหลับยากขึ้นเป็นเงาตามตัว จนทำให้หลายคนคิดว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตามวัยที่มากขึ้น แต่แท้จริงแล้วปัญหานี้พบได้ในมนุษย์ทุกวัย และสาเหตุของมันเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าเป็นความเครียด ภาวะทางจิตใจหรืออาการเจ็บป่วยทางกายต่าง ๆ เช่น การปวดเมื่อยตามร่างกาย กรดไหลย้อน ปัญหานอนไม่หลับเช่นนี้ล้วนส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งทำให้ตื่นมาด้วยความอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ภูมิคุ้มกันลดลง สมองเสื่อม แก่เร็ว ไปจนถึงทำให้เกิดโรคภัยต่าง ๆ ซึ่งหากโรคนั้นเป็นโรคร้ายก็อาจทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต


การยกข้อสอบมาครั้งนี้นอกจากจะให้น้อง ๆ ได้เห็นหน้าตาของข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยงแล้ว พี่ยังอยากให้น้อง ๆ ได้ลองฝึกทำข้อสอบด้วยน้า ดังนั้นสามารถลองทำข้อสอบแล้วเขียนรหัสตอบในตารางจริง ๆ ได้เลย ใครลองทำดูแล้ว และอยากดูเฉลยแบบละเอียดก็กดดูคลิปเฉลยละเอียดจาก อ.ขลุ่ย ด้านล่างนี้ได้น้าา
พี่มีคลิปติว TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยง รวมถึงคลิปติว / ตะลุยโจทย์ TPAT1 ให้น้อง ๆ เลือกดูเยอะมากเลยน้าา
ถ้าสนใจดูคลิปไหน ก็กดที่ภาพด้านล่างกันได้เลยย
ดูคลิปติววิชาอื่น ๆ ได้ที่ YouTube : SmartMathPro
อ่านมาจนถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะเห็นแล้วว่า ที่จริงข้อสอบ TPAT1 พาร์ตเชื่อมโยง อาจจะไม่ใช่พาร์ตที่มีเนื้อหาซับซ้อนเท่าไร แต่เป็นพาร์ตที่ต้องอาศัยความรอบคอบและความละเอียดในการทำข้อสอบสูงมากกก ถึงจะถอดความสัมพันธ์ในบทความออกมาได้ถูกต้อง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวเป็นอย่างมาก อีกทั้งกำหนดการสอบ TCAS68 เร็วขึ้นกว่าปีก่อน เพราะฉะนั้นพี่เองเชื่อว่าเมื่อถึงวันสอบจริงทุกคนจะทำคะแนนพาร์ตนี้รวมถึงพาร์ตอื่น ๆ ของ TPAT1 กสพท ออกมาได้ดีแน่นอน ดังนั้นพี่เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลย สู้ ๆ กับการอ่านหนังสือน้าา
บทความ แนะนำ
บทความ แนะนำ
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาไทยของสถาบัน SmartMathPro
ทีมวิชาการภาษาไทย
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาไทยของสถาบัน SmartMathPro
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่
Line : @smartmathpronews
FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น
IG : pan_smartmathpro
X : @PanSmartMathPro
Tiktok : @pan_smartmathpro
Lemon8 : @pan_smartmathpro
