คนที่เตรียมตัวสอบ A-Level ภาษาไทยคงรู้กันอยู่แล้วว่า โครงสร้างข้อสอบประกอบด้วย การอ่าน การเขียน
การพูด-ฟัง และหลักการใช้ภาษา ซึ่งแต่ละโครงสร้างก็จะมีเนื้อหาออกสอบที่แตกต่างกันออกไป แต่วันนี้พี่จะมาเจาะ
พาร์ตการอ่าน (คำประพันธ์) โดยเฉพาะ เพราะเป็นที่น้อง ๆ หลายคนอาจจะไม่ค่อยถนัด
โดยในบทความนี้จะพาดูว่าข้อสอบพาร์ตนี้ใน A-Level จะออกสอบอย่างไร พร้อมแจกเทคนิคการทำข้อสอบ และแบบฝึกหัดไว้ให้น้อง ๆ ได้ลองกันอีกด้วยย
สนใจหัวข้อไหน ... กดอ่านเลย
Toggleข้อสอบพาร์ตการอ่านใน A-Level เป็นอย่างไร ?
ในข้อสอบ A-Level ภาษาไทย พาร์ตการอ่าน มักจะยกบทความหลากหลายรูปแบบมาให้น้อง ๆ อ่าน และตอบคำถาม ไม่ว่าจะเป็นบทความเชิงวิชาการ ข่าว หรือสารคดี โดยคำถามจะวัดทั้งทักษะการอ่านจับใจความ การตีความ การสรุปความ การวิเคราะห์เหตุผล การอนุมาน และการพิจารณาจุดประสงค์ของผู้เขียน
แต่น้อง ๆ รู้ไหมว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา นอกจากข้อสอบจะให้อ่านบทความที่เป็นร้อยแก้วแล้ว ยังมีบทอ่านที่เป็นคำประพันธ์ด้วยน้า ซึ่งโจทย์จะถามคล้ายบทความทั่วไปแต่ต้องอาศัยการตีความมากกว่า เนื่องจากคำประพันธ์มักใช้โวหารเปรียบเทียบหรือใช้คำศัพท์ที่เราไม่รู้จัก โดยในปีล่าสุดมีการนำบทประพันธ์มาออกข้อสอบมากขึ้น ซึ่งพี่คาดว่าในปีต่อไป ข้อสอบมีแนวโน้มที่จะนำบทประพันธ์มาออกสอบอีกเช่นกัน
ดังนั้น พี่จึงอยากแนะนำให้น้อง ๆ ฝึกการอ่านและตีความคำประพันธ์ เพื่อเตรียมความพร้อมใน
การพิชิตข้อสอบแนวใหม่ โดยพี่มีเทคนิคการพิชิตข้อสอบการอ่านที่เป็นคำประพันธ์มาแจกให้น้อง ๆ ได้นำไปฝึกกัน ตามนี้เลย
เทคนิคการทำข้อสอบการอ่านที่เป็นคำประพันธ์
อ่านคำถามก่อนอ่านคำประพันธ์
ขั้นตอนแรกพี่แนะนำให้เริ่มจากการอ่านคำถามและตัวเลือกก่อน เพื่อให้เรารู้ว่าโจทย์ต้องการอะไร เช่น แนวคิดสำคัญ ความหมายของคำ จุดประสงค์ของผู้ประพันธ์ หรือการตีความ วิธีนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าควรสังเกตประเด็นใดเป็นพิเศษตอนอ่านคำประพันธ์ และช่วยประหยัดเวลาในการทำข้อสอบด้วย
อ่านคำประพันธ์ทั้งหมด
ขั้นตอนต่อมา ให้เราอ่านคำประพันธ์ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อดูภาพรวมของเรื่อง พร้อมสังเกตน้ำเสียงและอารมณ์ของบทประพันธ์ เช่น สั่งสอน ชื่นชม ตำหนิ เมื่อเข้าใจเรื่องเหล่านี้แล้วจะทำให้เราสามารถตีความเจตนาของผู้ประพันธ์และเลือกคำตอบได้แม่นยำมากขึ้น
แปลความหมายทีละวรรค
หลังจากอ่านคำประพันธ์ทั้งหมดแล้ว ให้เราค่อย ๆ แปลความหมายทีละวรรคหรือทีละบาท และเชื่อมโยงความหมายแต่ละวรรคเข้าด้วยกันโดยไม่จำเป็นต้องแปลคำต่อคำ แต่ควรจับใจความสำคัญให้ได้ว่าแต่ละวรรคกำลังสื่ออะไร
แปลคำศัพท์ยากและเดาความหมายจากบริบท
หากเจอคำศัพท์ที่ไม่รู้ความหมาย อย่าเพิ่งกังวลใจไป น้อง ๆ สามารถพิจารณาคำที่อยู่ก่อนหน้าและหลังคำนั้น ๆ หรือสังเกตจากบริบทของเรื่อง วิธีนี้จะช่วยให้เราถอดความได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องรู้คำศัพท์ทุกคำ แต่ใช้วิธีการคาดเดาความหมายของคำจากบริบทของบทประพันธ์แทน
ตัดตัวเลือกและตัดใจตอบ
เมื่ออ่านและแปลบทประพันธ์เรียบร้อยแล้ว ให้น้อง ๆ เลือกคำตอบที่คิดว่าถูกที่สุด แต่ถ้าไม่มั่นใจให้ใช้วิธีตัดตัวเลือกที่ขัดกับเนื้อเรื่องหรือสื่อความหมายไม่ตรงออกก่อน จากนั้นจึงเปรียบเทียบตัวเลือกที่เหลือและเลือกคำตอบที่มีเหตุผลที่สุด ทั้งนี้ สิ่งที่พี่อยากจะฝากน้อง ๆ คือ ข้อสอบทุกข้อมีคะแนนเท่ากัน อย่าเสียเวลาไปกับข้อใดข้อหนึ่งนานเกินไป
ควรรีบตัดตัวเลือกและตัดใจตอบ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาในการทำข้ออื่นน้า
หลังจากที่เราได้เรียนรู้เทคนิคกันแล้ว น้องบางคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่าหน้าตาข้อสอบเป็นแบบไหน แล้วจะเอาเทคนิคไปใช้ยังไง พี่เลยเอาตัวอย่างข้อสอบมาให้น้อง ๆ ลองทำทั้งหมด 5 ข้อ ซึ่งในนี้มีข้อสอบจริงด้วยน้า ถ้าพร้อมแล้ว ไปลองทำกันเลยย
ข้อสอบพาร์ตการอ่าน (คำประพันธ์) พร้อมเฉลย
ตอบ 2. การอดทนเพื่ออนาคต
เหตุผล จากคำประพันธ์สามารถตีความได้ว่า ในการทำงาน หากอดทนลำบากในวันนี้จะสบายในวันหน้าเหมือนการเคี้ยวอ้อยจากปลายไปหาโคนจะได้รสหวานอร่อยของอ้อย จึงสามารถสรุปแนวคิดสำคัญว่า
การอดทนเพื่ออนาคต
ตอบ 1. เมธาวีค่อย ๆ เลือกรายวิชาเพิ่มเติมที่จะลงเรียนในภาคเรียนที่ 1
เหตุผล จากคำประพันธ์สามารถตีความได้ว่า ความสำเร็จเกิดจากการทำสิ่งเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่การค่อย ๆ เลือกรายวิชาเพิ่มเติมเป็นเพียงการตัดสินใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนและรอบคอบ ซึ่งไม่ได้สะท้อนแนวคิดเรื่องความเพียรหรือการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง จึงไม่สอดคล้องกับคำประพันธ์
ตอบ 1. เมธัสไม่อ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเปลี่ยนคณะที่ต้องการเรียน เมื่อเห็นคะแนนขั้นต่ำของปีที่ผ่านมา เพราะไม่ต้องการกดดันตนเองมากเกินไป
เหตุผล จากคำประพันธ์สามารถตีความได้ว่า อย่านำตนเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น ให้รู้จักประมาณตน ตั้งเป้าหมายและทำตามเป้าหมายในแบบของตัวเอง ตัวเลือกที่ 1 จึงไม่ถูกต้อง เนื่องจากเมธัสไม่มั่นคงในเป้าหมายของตนเอง เห็นได้จากการที่เมธัสเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อเห็นคะแนนขั้นต่ำของปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังขาดความพยายามในการทำตามเป้าหมายอีกด้วย
ตอบ 3. พระคุณของพ่อ แม่ พี่ และครูบาอาจารย์มีคุณค่ามากมายมหาศาล
เหตุผล คำประพันธ์เปรียบเทียบพระคุณของ แม่ พ่อ พี่ และครู กับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ได้แก่ แผ่นดิน ท้องฟ้า เขาพระสุเมรุ และมหาสมุทร เพื่อยกย่องว่าบุคคลเหล่านี้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่และควรได้รับความเคารพ แต่ไม่ได้กล่าวเน้นถึงความรัก ความเมตตา การเลี้ยงดู หรือคำสอนในพระพุทธศาสนา
ตอบ 1. ความลำบาก
เหตุผล คำว่า “เหงื่อ” เป็นการใช้คำที่สื่อความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการใช้แรงงานของชาวนาในการปลูกข้าวอย่างยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยจนทำให้เหงื่อไหลออกมา สะท้อนว่าผู้เขียนต้องการเตือนให้ผู้อ่านเห็นคุณค่าของอาหารและระลึกถึงความลำบากของชาวนานั่นเอง
พี่เชื่อว่าน้อง ๆ ที่อ่านบทความนี้ คงจะได้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการทำข้อสอบพาร์ตการอ่าน (คำประพันธ์) กันไปแบบจัดเต็ม ทั้งคนที่จะนำความรู้ไปใช้สำหรับสอบที่โรงเรียนหรือเตรียมสอบ A-Level ภาษาไทย อย่างไรก็ตาม นอกจากการอ่านเนื้อหาแล้ว อย่าลืมฝึกทำแบบฝึกหัดหรือข้อสอบเก่าย้อนหลังหลาย ๆ ปีด้วยน้า
บทความ แนะนำ
บทความ แนะนำ
ทีมวิชาการภาษาไทย
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาไทยของสถาบัน SmartMathPro
ทีมวิชาการภาษาไทย
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาไทยของสถาบัน SmartMathPro
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่
Line : @smartmathpronews
FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น
IG : pan_smartmathpro
X : @PanSmartMathPro
Tiktok : @pan_smartmathpro
Lemon8 : @pan_smartmathpro





