Preposition (คำบุพบท) สรุปหลักการใช้พร้อมแบบฝึกหัดและเฉลยฟรี

Preposition (คำบุพบท) สรุปหลักการใช้พร้อมแบบฝึกหัดและเฉลยฟรี

กลับมาอีกครั้ง สำหรับสรุปเนื้อหาภาษาอังกฤษเรื่อง Part Of Speech ซึ่งวันนี้เป็นการสรุปเรื่อง Preposition โดยหัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่เจอค่อนข้างบ่อย ทั้งในชีวิตประจำวันหรือการอ่านหนังสือเตรียมสอบ แต่พี่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังใช้ได้ไม่ถูกต้อง

วันนี้พี่เลยสรุปเรื่อง Preposition มาให้น้อง ๆ ได้อ่านกัน โดยมีหัวข้อความหมาย วิธีการใช้ ประเภท ตำแหน่งการวางพร้อมแบบฝึกหัดและเฉลยให้ทุกคนลองฝึกทำท้ายบทความอีกด้วย

Preposition หรือ คำบุพบท คือ คำที่ใช้เชื่อมโยงคำนาม (Noun) หรือคำสรรพนาม (Pronoun) ในประโยค เพื่อบอกความสัมพันธ์ของคำนั้น ๆ กับใจความหลักของประโยค เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน สิ่งนั้นเกิดขึ้นเมื่อไร โดยจะใช้คำบุพบทเพื่อบ่งบอกเวลา สถานที่ ทิศทาง ตำแหน่ง เช่น in, on, at, with, by, before, after

ตัวอย่างประโยค

  • I have a meeting at 9:00 a.m. (ฉันมีประชุมตอนเวลา 9 นาฬิกา)
  • The plane is flying above the clouds. (เครื่องบินกำลังบินอยู่เหนือเมฆ)

หน้าที่ของ Preposition (คำบุพบท)

หน้าที่ของ Preposition คือ บอกความสัมพันธ์ของคำที่ตัวมันเชื่อมอยู่ เช่น บอกเวลา, สถานที่, ทิศทาง, วิธีการ, เหตุผล

ตัวอย่างประโยค

  • There is a small cat hiding behind the curtain. (มีแมวตัวเล็กแอบอยู่หลังม่าน)
    • ใช้ Preposition “behind” เพื่อบอก “ตำแหน่ง” ของแมว
  • She poured water into the glass. (เธอเทน้ำลงในแก้ว)
    • ใช้ Preposition “into” เพื่อบอก “ทิศทาง” ของน้ำ

ประเภทของ Preposition (คำบุพบท)

Preposition หรือ คำบุพบท สามารถแบ่งประเภทได้ตามการใช้งาน โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

Preposition of Time

คำบุพบทประเภทนี้ใช้เพื่อบอกเวลา ว่าเหตุการณ์นั้น ๆ เกิดขึ้นเมื่อไร โดยคำบุพบทที่พบบ่อยในประเภทนี้คือ In, On, At

  • In \to ใช้กับ สัปดาห์, เดือน, ปี, ทศวรรษ/ศตวรรษ, ฤดูกาล, ช่วงเวลา เช่น in 2 weeks, in February, in 2026, in the morning, in summer
  • On \to ใช้กับ วัน (จันทร์, อังคาร, พุธ,…), วันที่, วันสำคัญหรือวันเทศกาล เช่น on Monday, on August 13th, on Valentine’s day, on my birthday
  • At \to ใช้กับ เวลา (ชั่วโมง) หรือ เวลาที่เฉพาะเจาะจง เช่น at 7 p.m., at noon, at midnight, at the moment

Preposition ตัวอื่น ๆ ที่ใช้เพื่อบอกเวลา เช่น Since (ตั้งแต่), Before (ก่อน), After (หลัง), During (ระหว่าง), Until (จนกระทั่ง), Within (ภายใน)

ตัวอย่างประโยค

  • Mark was born in 1999. (มาร์คเกิดในปี 1999)
  • I have been living here since 2018. (ฉันอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปี 2018)
  • Please wash your hands before having dinner. (โปรดล้างมือก่อนรับประทานมื้อเย็น)

Preposition of Place

คำบุพบทในประเภทนี้ใช้เพื่อระบุหรือบอกตำแหน่งของคน สัตว์ หรือสิ่งของ โดยคำบุพบทที่พบบ่อยคือ In, On, At, Under, Above และอื่น ๆ โดยจะมาดูที่ In, On, At ที่มีการใช้ที่ซับซ้อนกว่าตัวอื่น ๆ ก่อน

  • In \to ใช้กับ ทวีป, ประเทศ, เมือง, จังหวัด, สถานที่ขนาดใหญ่ที่เราสามารถเข้าไปด้านในได้, พาหนะขนาดเล็กที่เรายืนบนนั้นไม่ได้ (a car, a taxi, a van) เช่น in Asia, in Thailand, in Seoul, in a hotel, in a restaurant
  • On \to ใช้กับ ถนน, พาหนะที่เราอยู่บนนั้นได้ (a bus, a plane, a train, a boat, a bicycle, a motorcycle) เช่น on Sukhumvit road, on a bus, on a plane
  • At \to ใช้กับ ที่อยู่, ตำแหน่งหรือสถานที่เฉพาะเจาะจง, สถานที่จัดงานต่าง ๆ เช่น at 777 Dream Road, at school, at home, at the party

Preposition ตัวอื่น ๆ ที่ใช้เพื่อบอกตำแหน่ง เช่น Under (ข้างใต้), Below (ข้างล่าง), Above (ข้างบน, เหนือ), Over (บน, เหนือ), Behind (ข้างหลัง), Beside (ข้าง ๆ), Between (ระหว่าง), Among (ท่ามกลาง), Opposite (ตรงข้าม), Near (ใกล้), Along (ตามแนว, เลียบ)

ตัวอย่างประโยค

  • She lives in a small village. (เธออาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง)
  • The book is on the table. (หนังสืออยู่บนโต๊ะ)
  • I am waiting at the bus stop. (ฉันกำลังรออยู่ที่ป้ายรถเมล์)

จุดสังเกต : ความแตกต่างของการใช้ in, on, at เพื่อบอกเวลาและสถานที่

  • In จะใช้กับเรื่องทั่วไป แบบกว้าง คือจะใช้กับช่วงเวลาที่ค่อนข้างยาว และมักจะใช้กับสถานที่หรือพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่
  • On จะใช้กับเรื่องที่เฉพาะเจาะจงกว่า เมื่อเทียบกับ in คือจะใช้กับช่วงเวลาที่สั้นกว่า in เช่น ใช้กับวัน และเมื่อใช้เพื่อบอกสถานที่ มักจะใช้กับสถานที่ที่เล็กหรือเจาะจงกว่า
  • At จะใช้กับเรื่องที่เจาะจงมาก ๆ คือจะใช้กับจุดเวลาที่เฉพาะเจาะจง และใช้กับสถานที่หรือตำแหน่งที่เจาะจงละเอียด เช่น บ้านเลขที่

Preposition of Movement

คำบุพบทในประเภทนี้ใช้เพื่อบอกทิศทางหรือการเคลื่อนที่ของคน สัตว์ หรือสิ่งของ โดยคำบุพบทที่พบบ่อยคือ To (ไปถึง, ไปสู่), Into (เข้าไปใน), Onto (ขึ้นไปยัง), Toward (ไปยัง), Through (ผ่าน), Across (ข้าม), Down (ลงไปตามทาง), Up (ขึ้นไปตามทาง)

ตัวอย่างประโยค

  • Jen jumped into the swimming pool. (เจนกระโดดลงไปในสระว่ายน้ำ)
  • The train runs through the tunnel. (รถไฟวิ่งผ่านเข้าไปในอุโมงค์)
  • We walked across the street. (พวกเราเดินข้ามถนน)

Preposition of Manner

คำบุพบทในประเภทนี้ใช้เพื่อบอกวิธีการทำบางสิ่ง โดยคำบุพบทที่พบบ่อยคือ By (โดย), With (กับ, ด้วย), Through (ด้วยวิธี)

ตัวอย่างประโยค

  • The cake was made by my mom. (เค้กก้อนนี้ทำโดยแม่ของฉัน)
  • I cut the paper with scissors. (ฉันตัดกระดาษด้วยกรรไกร)
  • You can achieve success through hard work. (คุณจะประสบความสำเร็จได้ด้วยความขยัน)

Prepositions of Cause, Reason, and Purpose

คำบุพบทในประเภทนี้ใช้เพื่อบอกสาเหตุ เหตุผล และจุดประสงค์ ว่าสาเหตุของการเกิดสิ่งหนึ่งขึ้นเพราะอะไร หรือ ทำอะไรบางอย่างเพื่ออะไร โดยคำบุพบทที่พบบ่อยคือ For (เพื่อ, สำหรับ), Because of (เพราะว่า), Due to (เนื่องจาก), Owing to (เนื่องจาก), Thanks to (เพราะ)

ตัวอย่างประโยค

  • The flight was canceled due to bad weather. (เที่ยวบินถูกยกเลิกเนื่องจากสภาพอากาศแย่)
  • He works out every day for his health. (เขาออกกำลังกายทุกวันเพื่อสุขภาพของเขา)
  • I couldn’t sleep because of the noise. (ฉันนอนไม่หลับเพราะเสียงดัง)

ตำแหน่งของ Preposition (คำบุพบท)

โดยส่วนมากแล้ว Preposition จะวางหลัง V. to be (is, am, are, was, were, been) และวางหน้าคำนามหรือคำสรรพนาม

  • หลัง V. to be เช่น My house is on the corner of the street. (บ้านของฉันอยู่ตรงหัวมุมถนน)
  • หน้า Noun เช่น We walked along the beach. (พวกเราเดินเลียบชายหาด)
  • หน้า Pronoun เช่น I agree with him completely. (ฉันเห็นด้วยกับเขาอย่างยิ่ง)

ข้อควรระวังในการใช้ Preposition

การใช้ Preposition ให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ในบางครั้งเป็นเรื่องยาก เพราะต้องอาศัยประสบการณ์และความคุ้นเคยจากการเห็นหรืออ่านเจอบ่อย ๆ ซึ่งข้อควรระวังมีดังนี้

  • Verb + Preposition (หรือก็คือ Phrasal Verbs) : คำกริยาบางคำเมื่อใช้คู่กับคำบุพบท แล้วจะมีความหมายเฉพาะตัว เช่น Look after (ดูแล), Look for (ค้นหา, มองหา)
  • คำหน้าตาคล้ายที่ต้องระวังอย่าใช้ผิด : เช่น because และ because of โดยคำว่า because เป็น Conjunction (คำเชื่อม) ส่วน because of เป็น Preposition (คำบุพบท)
    Because ต้องตามด้วยประโยค (S. + V.) ส่วน Because of ตามด้วยคำนามหรือกลุ่มคำนาม (Noun / Noun phrase) 
    • The project was postponed because of budget cuts. \checkmark
    • The project was postponed because budget cuts.  \mathrm{X}
  • บางคำใช้ผิด ความหมายเปลี่ยน: เช่น “In time” (ทันเวลาพอดี) กับ “On time” (ตรงเวลาเป๊ะ)
  • ในภาษาอังกฤษ มีคำกริยาและคำคุณศัพท์บางคำที่ต้องใช้ร่วมกับ Preposition เฉพาะตัวเท่านั้น
    ลิสต์คำที่พบบ่อย ดังนี้
    • Agree with = เห็นด้วยกับ
    • Believe in = เชื่อใน / เชื่อมั่นใน
    • Belong to = เป็นของ
    • Listen to = ฟัง
    • Wait for = รอ
    • Focus on = จดจ่อ / เน้นที่
    • Worry about = กังวลเกี่ยวกับ
    • Depend on = ขึ้นอยู่กับ
    • Apply for = สมัคร (งาน/ทุน)
    • Pay for = จ่ายเงินค่า…
    • Good at = เก่งในด้าน…
    • Interested in = สนใจใน…
    • Afraid of = กลัว…
    • Proud of = ภูมิใจใน…
    • Famous for = มีชื่อเสียงด้าน…
    • Similar to = คล้ายกับ…
    • Different from = ต่างจาก…

แบบฝึกหัด Preposition (คำบุพบท) พร้อมเฉลย

ข้อสอบ Preposition ข้อที่ 1
เฉลยแบบฝึกหัด ข้อสอบภาษาอังกฤษ Preposition

ตอบ ข้อ 2. on

เนื่องจาก ตามหลักการใช้ Preposition เพื่อบอกวันเวลา จะใช้ on กับ “วันที่” (Dates) ที่มีระบุเลขวันชัดเจน รวมถึงวันสำคัญต่าง ๆ และ วันเกิด (birthday) นับเป็นวันสำคัญ ดังนั้น on จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
ตัวเลือกข้อ 1 ผิด เพราะ in ใช้กับเดือน (เช่น in September) แต่ถ้ามีวันที่ต้องใช้ on
ตัวเลือกข้อ 3 ผิด เพราะ at ใช้กับเวลาตามเข็มนาฬิกา (เช่น at 9 a.m.)
ตัวเลือกข้อ 4 ผิด เพราะ by ใช้บอกกำหนดการหรือวิธีการ ซึ่งไม่ตรงกับบริบทข้อนี้

ข้อสอบ Preposition ข้อที่ 2
เฉลยแบบฝึกหัด ข้อสอบภาษาอังกฤษ Preposition

ตอบ ข้อ 3. due to

เนื่องจาก due to เป็น Preposition แปลว่า “เนื่องจาก, เพราะ” ต้องตามด้วยคำนามหรือกลุ่มคำนาม ซึ่งในที่นี้คือ the heavy traffic เพื่อบอกว่า พวกเราไปประชุมสายเพราะการจราจรติดขัด
ตัวเลือกข้อ 1 ผิด เพราะ because เป็น Conjunction ต้องตามด้วย “ประโยค” (S. + V.)
ตัวเลือกข้อ 2 ผิด เพราะ instead of แปลว่า “แทนที่จะ” ความหมายไม่เข้ากับบริบท
ตัวเลือกข้อ 4 ผิด เพราะ despite แปลว่า “ทั้ง ๆ ที่” ใช้บอกความขัดแย้ง แต่ประโยคนี้เป็นเหตุเป็นผลกัน

และนี่ก็คือเนื้อหาเรื่อง Preposition (คำบุพบท) ที่พี่สรุปมาให้ทุกคนอ่านกันน้า และถ้าใครอยากแม่นเนื้อหานี้มากขึ้น แนะนำว่าให้ลองฝึกทำแบบฝึกหัดเรื่อง Preposition หรือนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ รับรองว่าเก่งขึ้นแน่นอนน > <

ข้อสอบภาษาอังกฤษพร้อมเฉลย

บทความ แนะนำ

บทความ แนะนำ

สรุปรวม 12 Tenses
หลักการใช้ 12 Tenses สรุปโครงสร้างและตัวอย่างประโยคของแต่ละ Tense
Present Perfect Tense สรุปเนื้อหา
Present Perfect Tense สรุปหลักการใช้พร้อมแบบฝึกหัดและเฉลยฟรี
สรุปเนื้อหาภาษาอังกฤษ Present Continuous Tense
Present Continuous Tense สรุปหลักการใช้พร้อมแบบฝึกหัดและเฉลยฟรี
Present Simple Tense
Present Simple Tense สรุปหลักการใช้พร้อมแบบฝึกหัดและเฉลยฟรี
A-Level ภาษาอังกฤษ 69 ออกสอบอะไรบ้าง ?
ข้อสอบ A-Level อังกฤษ 69 ออกอะไรบ้าง? แจกแนวข้อสอบ + เฉลย

ทีมวิชาการภาษาอังกฤษ

ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาอังกฤษของสถาบัน SmartMathPro

ทีมวิชาการภาษาอังกฤษ

ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาอังกฤษของสถาบัน SmartMathPro

สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่

Line : @smartmathpronews

FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น 

IG : pan_smartmathpro

X : @PanSmartMathPro

Tiktok : @pan_smartmathpro

Lemon8 : @pan_smartmathpro

Share