ใครกำลังตามหาสรุปเรื่อง Noun อยู่บ้างง วันนี้พี่มีสรุปหัวข้อนี้มาให้น้อง ๆ ได้อ่านกันด้วยน้า โดยในบทความจะมีหัวข้อความหมาย หน้าที่ ประเภท ของ Noun พร้อมข้อสอบและเฉลยให้ทุกคนลองฝึกทำท้ายบทความอีกด้วย
Noun คืออะไร ?
คำนาม (noun) คือ คำที่ใช้เรียกสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ ความรู้สึก แนวคิด คุณสมบัติ สภาพอากาศ โดยคำนามเป็นได้ทั้งสิ่งที่มองเห็นได้เป็นรูปธรรมและสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น student, cat, book, school, happiness, knowledge, decision
ตัวอย่างประโยค
- The teacher explained the difficult grammar point clearly.
(ครูอธิบายประเด็นไวยากรณ์ที่ยากได้อย่างชัดเจน) - Good education can create better opportunities for young people.
(การศึกษาที่ดีสามารถสร้างโอกาสที่ดีขึ้นให้คนรุ่นใหม่)
- The teacher explained the difficult grammar point clearly.
หน้าที่และตำแหน่งของ Noun
Noun มีหลายหน้าที่และสามารถวางได้หลายตำแหน่งในประโยค ดังนี้
- Noun ทำหน้าที่เป็นประธาน (Subject)
ตัวอย่างประโยค- Students need enough sleep before an examination.
(นักเรียนต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอก่อนสอบ)
\to Students เป็นคำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค - Technology has changed the way people communicate.
(เทคโนโลยีได้เปลี่ยนวิธีการติดต่อสื่อสารของผู้คน)
\to Technology เป็นคำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค
- Students need enough sleep before an examination.
- Noun ทำหน้าที่เป็นกรรม (Object)
ตัวอย่างประโยค- The company developed a new product. (บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่)
\to product เป็นคำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค - She made a decision after talking to her parents.
(เธอตัดสินใจได้แล้วหลังจากคุยกับพ่อแม่ของเธอ)
\to decision เป็นคำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค
- The company developed a new product. (บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่)
- Noun ทำหน้าที่เป็นกรรมของ Preposition
หลัง Preposition มักตามด้วยคำนาม (Noun) หรือ กลุ่มคำนาม (Noun phrase)
ตัวอย่างประโยค- Prae is interested in biology. (แพรสนใจวิชาชีววิทยา)
\to biology เป็นคำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ preposition “in” - They succeed through hard work. (พวกเขาประสบความสำเร็จผ่านการทำงานหนัก)
\to hard work เป็นกลุ่มคำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ preposition “through”
- Prae is interested in biology. (แพรสนใจวิชาชีววิทยา)
Prepositions ที่พบบ่อยในข้อสอบ : in, on, at, for, from, with, about, of, by, to, after, before, during, without
- Noun ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็ม (Subject Complement)
Noun สามารถตามหลัง Linking Verb เพื่อบอกว่า ประธานของประโยคคืออะไร
ตัวอย่างประโยค- My brother is a teacher. (พี่ชายของฉันเป็นครู)
\to teacher เป็นคำนามที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของประโยค - Ploy became a successful entrepreneur. (พลอยเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ)
\to entrepreneur เป็นคำนามที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของประโยค
- My brother is a teacher. (พี่ชายของฉันเป็นครู)
Linking verbs ที่พบบ่อย : be (is, am, are, was, were, been, being), become, seem, remain, appear, look, feel, sound
- Noun ต้องตามหลัง Article (a, an, the) หรือ คำนำหน้านาม (Determiner) อื่น ๆ
เช่น Possessive Adjective (my, your, his, her, their, our, its), Demonstrative (this, that, these, those), Quantifier (some, any, many, much, several, a lot of, every, etc.)
ตัวอย่างประโยค- A cat is sleeping on the sofa. (แมวกำลังนอนอยู่บนโซฟา)
- Those guests are waiting for their taxi outside the hotel. (แขกพวกนั้นกำลังรอรถแท็กซี่ของพวกเขาอยู่ด้านนอกโรงแรม)
- Noun ต้องตามหลัง Adjective
โดยลำดับของคำ (Word order) คือ Adjective + Noun
ตัวอย่างประโยค- The CEO delivered an inspiring speech during the annual conference.
(CEO กล่าวสุนทรพจน์ที่สร้างแรงบันดาลใจในระหว่างการประชุมประจำปี) - Travelers were mesmerized by the breathtaking view of Mt. Fuji.
(นักท่องเที่ยวต่างหลงใหลไปกับทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาฟูจิ)
- The CEO delivered an inspiring speech during the annual conference.
ประเภทของ Noun
คำนาม สามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้
- Common Noun (คำนามทั่วไป) : ใช้เรียกสิ่งต่าง ๆ ทั่วไป เช่น dog, engineer, university
ตัวอย่างประโยค- I borrowed an interesting book from the school library.
(ฉันยืมหนังสือที่น่าสนใจมาจากห้องสมุดโรงเรียน) - The museum attracts thousands of visitors every year.
(พิพิธภัณฑ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายพันคนทุกปี)
- I borrowed an interesting book from the school library.
- Proper Noun (คำนามเฉพาะ) : ชื่อเฉพาะของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ วัน เดือน วันสำคัญ เทศกาล เช่น Nadech, Thailand, Tiktok, Monday, January, Christmas
ตัวอย่างประโยค- Nan moved to China last month. (แนนย้ายไปอยู่ประเทศจีนเมื่อเดือนที่แล้ว)
- The conference will take place next Friday morning. (การประชุมจะจัดขึ้นในเช้าวันศุกร์หน้า)
จุดสังเกต : คำนามเฉพาะต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ต้นประโยคหรือตำแหน่งใดก็ตามในประโยค
- Countable Noun (คำนามนับได้) : สิ่งที่สามารถนับจำนวนได้ เช่น apple, girl, book โดยคำนามนับได้มี 2 รูป คือ คำนามนับได้เอกพจน์ และคำนามนับได้พหูพจน์
- คำนามนับได้เอกพจน์ – หากสิ่งนั้นมีเพียงชิ้นเดียวหรือหนึ่งหน่วย เป็นคำนามเอกพจน์ จะต้องมีคำนำหน้านาม (Determiner) เช่น Article (a, an, the) หรือ This, That, My, Your วางนำหน้าเสมอ เช่น an apple, the girl, my book
- คำนามนับได้พหูพจน์ – หากสิ่งนั้นมีจำนวนมากกว่าหนึ่ง สามารถเติม s/es ท้ายคำนามนั้น เปลี่ยนรูป ใส่ตัวเลข หรือคำบอกปริมาณไว้ด้านหน้าคำนามนับได้เพื่อบอกจำนวน เช่น two apples, many girls, a lot of books
ตัวอย่างประโยค- I bought three pencils and two erasers.
(ฉันซื้อดินสอสามแท่งและยางลบสองก้อน) - The hospital provides free medical services for children.
(โรงพยาบาลให้บริการทางการแพทย์ฟรีแก่เด็ก ๆ)
- I bought three pencils and two erasers.
- Uncountable Noun (คำนามนับไม่ได้) : สิ่งที่ไม่สามารถนับจำนวนได้ เช่น water, salt, butter, bread, furniture, information, knowledge, advice, money, news
ซึ่งคำนามนับไม่ได้จะไม่เติม s/es เพื่อบอกว่ามีจำนวนมากกว่าหนึ่ง แต่สามารถบอกจำนวนได้ในรูปของภาชนะที่ใส่สิ่งนั้น หรือใช้ Determiner อื่น ๆ เช่น some, any, much วางหน้าคำนามนับไม่ได้
- water (น้ำ) \to a glass of water (น้ำหนึ่งแก้ว) —— a water หรือ waters \textcolor{red}{\text{✗}}
- salt (เกลือ) \to a pinch of salt (เกลือหนึ่งหยิบมือ) —— a salt หรือ salt \textcolor{red}{\text{✗}}
- information (ข้อมูล) \to some information (ข้อมูลจำนวนหนึ่ง) —— an information หรือ informations \textcolor{red}{\text{✗}}
ตัวอย่างประโยค - Reading regularly can increase your knowledge.
(การอ่านเป็นประจำช่วยเพิ่มพูนความรู้ของคุณได้) - Drinking a glass of water right after waking up helps rehydrate your body.
(การดื่มน้ำหนึ่งแก้วทันทีหลังตื่นนอนช่วยชดเชยน้ำให้ร่างกายของคุณได้)
- Concrete Noun (คำนามรูปธรรม) : เป็นคำนามที่เราสามารถมองเห็น สัมผัส ดมกลิ่น หรือได้ยินได้ เช่น phone, flower, food, music
ตัวอย่างประโยค- I left my phone on the table. (ฉันวางมือถือทิ้งไว้บนโต๊ะ)
- The restaurant serves traditional food from northern Thailand.
(ร้านอาหารเสิร์ฟอาหารพื้นเมืองภาคเหนือของประเทศไทย)
- Abstract Noun (คำนามนามธรรม) : เป็นคำนามที่เราไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้โดยตรง มักเป็นแนวคิด อารมณ์ หรือคุณสมบัติ เช่น love, freedom, kindness, happiness, importance, failure, responsibility, growth
ตัวอย่างประโยค- Confidence is important when speaking in public.
(ความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญตอนพูดในที่สาธารณะ) - The rapid development of technology affects modern education.
(การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีส่งผลต่อการศึกษาในสมัยใหม่)
- Confidence is important when speaking in public.
- Collective Nouns (สมุหนาม) : เป็นคำนามที่ใช้เรียกกลุ่มของสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของ เช่น a band of musicians, a bouquet of flowers, a school of fish, a flock of birds, a swarm of bees
นอกจากนี้ คำนามที่พบบ่อยกลุ่ม : team, family, committee, staff, government โดยทั่วไปก็นับเป็น Collective Noun เช่นกัน
ตัวอย่างประโยค- The team is preparing for an important competition next month.
(ทีมกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันสำคัญในเดือนหน้า) - A flock of birds flew across the sky before sunset.
(ฝูงนกบินข้ามท้องฟ้าก่อนพระอาทิตย์ตก)
- The team is preparing for an important competition next month.
Noun Suffix
คำนามมักจะลงท้ายด้วย Suffix ต่อไปนี้
แบบฝึกหัด เรื่อง Noun (คำนาม) พร้อมเฉลย
ตอบ ข้อ 3. responsibility
คำอธิบาย : เนื่องจากในช่องว่างต้องการคำนาม โดยสังเกตจากที่หน้าช่องว่างเป็น Adjective คำว่า greater จึงต้องตอบ responsibility (n.) = ความรับผิดชอบ
ตัวเลือกอื่นๆ ไม่ถูกต้อง เพราะ ไม่ใช่ Noun
ตัวเลือก 1. responsible เป็น Adjective แปลว่า มีความรับผิดชอบ
ตัวเลือก 2. responsibly เป็น Adverb แปลว่า อย่างมีความรับผิดชอบ
ตัวเลือก 4. responsibilities เป็น Noun แต่ผิด เพราะ responsibility เป็นคำนามนับไม่ได้ ไม่สามารถเติม s/es ได้เพราะผิดหลักไวยากรณ์
ตอบ ข้อ 2. cancellation / inconvenience
คำอธิบาย : เนื่องจากในช่องว่างทั้งสองต้องการคำนาม โดยสังเกตจากที่หน้าช่องว่างเป็น Adjective คำว่า unexpected และ serious จึงต้องตอบ cancellation และ inconvenience ตามลำดับ
โดยจุดสังเกตคำนามคือ ดู Noun suffix คำที่ลงท้ายด้วย -tion และ -ence ทำหน้าที่เป็นคำนาม
ตัวเลือกอื่นๆ ไม่ถูกต้อง เพราะ ไม่ใช่ Noun
ตัวเลือก 1. โดยทั่วไป cancel ทำหน้าที่เป็น Verb แปลว่า ยกเลิก
ตัวเลือก 3. inconvenient เป็น Adjective แปลว่า ซึ่งไม่สะดวก
ตัวเลือก 4. canceled เป็น V. ไม่แท้
และนี่ก็คือเนื้อหาเรื่อง Noun (คำนาม) ที่พี่สรุปมาให้ทุกคนอ่านกันน้า และถ้าใครอยากแม่นเนื้อหานี้มากขึ้น แนะนำว่าให้ลองฝึกทำแบบฝึกหัดเรื่อง Noun หรือนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ รับรองว่าเก่งขึ้นแน่นอนน > <
แจกฟรี ข้อสอบภาษาอังกฤษ พร้อมเฉลย
บทความ แนะนำ
บทความ แนะนำ
ทีมวิชาการภาษาอังกฤษ
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาอังกฤษของสถาบัน SmartMathPro
ทีมวิชาการภาษาอังกฤษ
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์ และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาอังกฤษของสถาบัน SmartMathPro
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่
Line : @smartmathpronews
FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น
IG : pan_smartmathpro
X : @PanSmartMathPro
Tiktok : @pan_smartmathpro
Lemon8 : @pan_smartmathpro





