เนื้อหาเรื่อง If Clause เป็น 1 ในเนื้อหาที่ทำให้สับสนได้ง่าย เนื่องจากมีหลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบมีโครงสร้างไม่เหมือนกันและวิธีการใช้ก็แตกต่างกันด้วย แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะว่าพี่ทำสรุปให้น้อง ๆ ได้เข้าใจง่ายขึ้นมาให้แล้ว โดยมีหัวข้อความหมาย, ประเภท พร้อมแจกแบบฝึกหัดและเฉลยให้ฟรี !!
สนใจหัวข้อไหน ... กดอ่านเลย
ToggleIf Clause คืออะไร ?
If Clause คือประโยคเงื่อนไขที่ใช้พูดว่า “ถ้า…แล้วจะ…” โดยประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก
- If Clause = ส่วนเงื่อนไข
- Main Clause = ส่วนผลลัพธ์
โดยทั้ง 2 ส่วนสามารถวางสลับตำแหน่ง (หน้า-หลัง) กันได้ ใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เป็นจริงเสมอ เป็นไปได้ในอนาคต การสมมติ หรือเหตุการณ์ที่ไม่จริงในอดีต เช่น
- If it rains, I will stay at home. (ถ้าฝนตก ฉันจะอยู่บ้าน)
- I would help you if I had more time. (ฉันจะช่วยคุณ ถ้าฉันมีเวลามากกว่านี้)
If Clause มีกี่แบบ ?
If Clause แบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ดังนี้
If Clause : Type 0 (ความจริงทั่วไป)
ใช้พูดถึงความจริงทางวิทยาศาสตร์ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเสมอ
โครงสร้าง If Clause type 0 :
If + Present Simple, Present Simple
ตัวอย่างประโยค
- If you heat ice, it melts. (ถ้าคุณให้ความร้อนกับน้ำแข็ง มันจะละลาย)
- If it rains, the floor gets wet. (ถ้าฝนตก พื้นก็จะเปียก)
If Clause: Type 1 (เป็นไปได้ในอนาคต)
ใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง
โครงสร้าง If Clause type 1 :
If + Present Simple, S + will + V.inf
*ตำแหน่งของ will สามารถใช้ shall, may, can แทนได้
ตัวอย่างประโยค
- If I finish my homework early, I will watch a movie. (ถ้าฉันทำการบ้านเสร็จไว ฉันจะดูหนัง)
- She will be late if she doesn’t leave now. (เธอจะไปสาย ถ้าเธอไม่ออกตอนนี้)
If Clause: Type 2 (สมมติ / ไม่จริงในปัจจุบัน)
ใช้พูดถึงสิ่งที่ “ไม่จริง” หรือ “เป็นไปไม่ได้ในตอนนี้”
โครงสร้าง If Clause type 2 :
If + Past Simple, S + would + V.inf
*ตำแหน่งของ would สามารถใช้ might, should, could แทนได้
ตัวอย่างประโยค
- If I were rich, I would travel around the world. (ถ้าฉันรวย ฉันจะไปเที่ยวรอบโลก → ความจริงคือไม่ได้รวย)
- He would understand the lesson if he paid more attention. (เขาจะเข้าใจบทเรียน ถ้าเขาตั้งใจเรียนมากกว่านี้ → ความจริงคือไม่ตั้งใจเรียน)
*หากประโยค If Clause มี Verb to be ให้ใช้ were กับประธานทุกตัว
If Clause: Type 3 (ไม่จริงในอดีต)
ใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ “สายเกินไปแล้ว”
โครงสร้าง If Clause type 3 :
If + Past Perfect, S + would have + V3
*ตำแหน่งของ would สามารถใช้ might, should, could แทนได้
ตัวอย่างประโยค
- If she had studied harder, she would have passed the exam. (ถ้าเธอตั้งใจเรียนมากกว่านี้ เธอก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว → ความจริงคือไม่ตั้งใจเรียน และสอบไม่ผ่าน)
- They wouldn’t have missed the train if they had left earlier. (พวกเขาคงไม่ตกรถไฟ ถ้าพวกเขาออกเร็วกว่านี้ → ความจริงคือออกช้า และตกรถไฟไปแล้ว)
If Clause: Mixed Type (แบบผสม)
ใช้เมื่อ เงื่อนไขอยู่คนละเวลา กับผลลัพธ์ (อดีต → ปัจจุบัน หรือ ปัจจุบัน → อดีต)
โครงสร้าง If Clause type 4 :
If + Past Perfect, S + would + V.inf + (now / today / these days)
*ตำแหน่งของ would สามารถใช้ might, should, could แทนได้
ตัวอย่างประโยค
- If I had slept earlier last night, I wouldn’t be so sleepy now. (ถ้าฉันเข้านอนเร็วเมื่อคืนนี้
ฉันก็คงไม่ง่วงอยู่ตอนนี้ → ความจริงคือเมื่อคืนนอนดึก ตอนนี้ก็เลยง่วง) - I would be rich these days if I had won the lottery. (ฉันคงรวยแล้วทุกวันนี้ ถ้าฉันถูกล็อตเตอรีตอนนั้น → ความจริงคือทุกวันนี้ไม่ได้รวย เพราะตอนนั้นไม่ถูกล็อตเตอรี)
- If I had slept earlier last night, I wouldn’t be so sleepy now. (ถ้าฉันเข้านอนเร็วเมื่อคืนนี้
การใช้ If Clause ในรูปแบบอื่น ๆ
Unless
Unless มีความหมายว่า “ถ้าไม่” หรือ “If…not” จะมีความหมายเชิงปฏิเสธในตัวเอง แม้ว่าประโยคที่ตามมาจะเป็น “ประโยคบอกเล่า” ก็ตาม
การใช้งาน
ถ้าหลัง If เป็นประโยคปฏิเสธ เราสามารถใช้ Unless แทน If แล้วเปลี่ยนประโยคเป็นบอกเล่า ได้
ตัวอย่างประโยค
- If you don’t hurry, you will miss the bus. → Unless you hurry, you will miss the bus.
- She won’t succeed if she doesn’t work harder. → She won’t succeed unless she works harder.
Inversion
Inversion คือการใช้ If Clause รูปแบบหนึ่ง เพื่อเน้นความให้กระชับ หรือแสดงความเป็นทางการ
การใช้งาน
ตัด If ออก แล้วสลับเอากริยาช่วย ขึ้นมาหน้าประโยคแทน ประธาน โดย
- Type 1 ใช้กริยาช่วย should
- Type 2 ใช้กริยาช่วย were…to V.inf / หากประโยคมี were เป็น กริยาแท้ ให้สลับ were มาหน้าประธานได้เลย
- Type 3 ใช้กริยาช่วย had
*Type 0 ไม่นิยมใช้ If Clause ในรูป Inversion
ตัวอย่างประโยค
- If you come early, you can get a good seat.
→ Should you come early, you can get a good seat. - If I went on holiday, I would go to Japan.
→ Were I to go on holiday, I would go to Japan. - If I were you, I would apologize immediately.
→ Were I you, I would apologize immediately. - If I had known the truth, I would have acted differently.
→ Had I known the truth, I would have acted differently.
- If you come early, you can get a good seat.
ข้อสอบภาษาอังกฤษพร้อมเฉลย
แบบฝึกหัด If Clause พร้อมเฉลยละเอียด
ตอบ ข้อ 3. had been
เนื่องจาก เนื่องจาก ข้อนี้เป็น If Clause Type 3 เพราะด้านหลังเป็นโครงสร้าง S + would have + V3 ดังนั้นด้านหน้าจะต้องเป็นโครงสร้าง Past Perfect ซึ่งก็คือ S + had + V3 คำตอบจึงเป็นข้อ 3. had been
ตอบ ข้อ 1. leave
เนื่องจาก ข้อนี้เป็น If Clause Type 1 เพราะด้านหลังเป็นโครงสร้าง S + will + V.inf ดังนั้นด้านหน้าจะต้องเป็นโครงสร้าง Present Simple จึงตัดข้อ 3 และข้อ 4 ออกไปได้ก่อน เพราะทั้งคู่เป็น Past Simple จากนั้นสังเกตว่า ประโยคนี้เขาใช้ unless แทน if ซึ่ง unless แปลว่า “ถ้าไม่” ทำให้ประโยคเป็นเชิงปฏิเสธในตัวอยู่แล้ว จากความหมายของประโยคที่บอกว่า “ถ้าคุณไม่ออกตอนนี้ คุณจะไปประชุมสาย” คำตอบข้อที่ 1. leave จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่จะเติมในช่องว่างให้โครงสร้างประโยคและความหมายเหมาะสมกับการใช้ unless นั่นเอง
ทั้งหมดนี้ก็คือเนื้อหาเรื่อง If Clause ที่พี่สรุปมาให้ทุกคนอ่านกันน้า และถ้าใครอยากแม่นเนื้อหานี้มากขึ้น แนะนำว่าให้ลองฝึกทำแบบฝึกหัดเรื่อง If Clause หรือนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ รับรองว่าเก่งขึ้นแน่นอนน > <
บทความ แนะนำ
บทความ แนะนำ
ทีมวิชาการภาษาอังกฤษ
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาอังกฤษของสถาบัน SmartMathPro
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่
Line : @smartmathpronews
FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น
IG : pan_smartmathpro
X : @PanSmartMathPro
Tiktok : @pan_smartmathpro
Lemon8 : @pan_smartmathpro
