สรุป การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ชีววิทยา ม.4 พร้อมข้อสอบและเฉลย

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ภาพปก

ใครเคยสงสัยบ้างว่าทำไมคนเรามีบางลักษณะเหมือนพ่อ แต่บางลักษณะก็เหมือนแม่ คำถามเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นกระบวนการพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่ทำให้ลักษณะต่าง ๆ ถูกส่งผ่านจากรุ่นพ่อแม่ไปสู่รุ่นลูก พร้อมทั้งก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพที่พบในธรรมชาติได้อีกด้วย

โดยในบทความนี้จะพาทุกคนทำความรู้จักเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม พร้อมแจกแบบฝึกหัดและเฉลยไว้ให้ท้ายบทความด้วยน้า

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม (Heredity) หมายถึง กระบวนการที่ลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตถูกส่งผ่านจากพ่อแม่ไปยังลูกหลานผ่านทางสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งอยู่บนโครโมโซมภายในนิวเคลียสของเซลล์

หน่วยพื้นฐานของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมคือ ยีน (Gene) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอที่ทำหน้าที่กำหนดลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต เช่น สีดอก สีผิว สีตา ความสูง กรุ๊ปเลือด หรือความสามารถในการสร้างโปรตีน
ชนิดต่าง ๆ

ในสิ่งมีชีวิตที่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ลูกจะได้รับโครโมโซมครึ่งหนึ่งจากพ่อและอีกครึ่งหนึ่งจากแม่ ทำให้ได้รับยีนจากทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้ลูกมีลักษณะบางอย่างคล้ายพ่อ บางอย่างคล้ายแม่ และบางลักษณะแตกต่างจากทั้งสองคน

สารพันธุกรรม

คำศัพท์สำคัญที่ควรรู้ ได้แก่

  • ยีน (Gene) : หน่วยควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม
  • แอลลีล (Allele) : รูปแบบที่แตกต่างกันของยีนเดียวกัน ซึ่งสามารถเข้าคู่กันได้หลายแบบ ดังนี้
    • Homozygous alleles (ฮอโมไซกัส หรือ แอลลีลพันธุ์แท้) คือ สภาวะที่ยีนทั้งสองฝั่งจับคู่กันด้วย แอลลีลที่เหมือนกัน แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบย่อย คือ :
      • Homozygous Dominant (พันธุ์แท้ลักษณะเด่น) : มีแอลลีลเด่นทั้งคู่ เช่น AA
      • Homozygous Recessive (พันธุ์แท้ลักษณะด้อย) : มีแอลลีลด้อยทั้งคู่ เช่น aa
    • Heterozygous Alleles (เฮเทอโรไซกัส หรือ แอลลีลพันทาง) คือสภาวะที่ยีนทั้งสองฝั่งจับคู่กันด้วย

แอลลีลที่แตกต่างกัน โดยมียีนเด่นและยีนด้อยอยู่คู่กัน เช่น Aa

  • จีโนไทป์ (Genotype) : ชุดของแอลลีลที่สิ่งมีชีวิตมี
  • ฟีโนไทป์ (Phenotype) : ลักษณะที่แสดงออกให้สังเกตได้
  • ลักษณะเด่น (Dominant trait) : ลักษณะที่แสดงออก เมื่อมีแอลลีลเด่นอย่างน้อยหนึ่งตัว
  • ลักษณะด้อย (Recessive trait) : ลักษณะที่จะแสดงออก เมื่อมีแอลลีลด้อยทั้งสองตัว

รูปแบบของแอลลีล

การศึกษาพันธุกรรมของเมนเดล

เกรเกอร์ โยฮันน์ เมนเดล (Gregor Johann Mendel) เป็นนักบวชชาวออสเตรียผู้ศึกษาการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมโดยใช้ต้นถั่วลันเตาเป็นสิ่งทดลอง เนื่องจากปลูกง่าย ให้ลูกหลานจำนวนมาก และมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ถึง 7 ลักษณะ ได้แก่ สีดอก สีเมล็ด รูปร่างเมล็ด สีฝัก รูปร่างฝัก ตำแหน่งของการออกดอก และความสูงของลำต้น

เมนเดลใช้วิธีผสมพันธุ์ถั่วลันเตาที่มีสายพันธุ์แท้ แล้วติดตามลักษณะที่ปรากฏในรุ่นลูก (F₁ และ F₂) จากผลการทดลองทำให้ค้นพบกฎพื้นฐานของพันธุศาสตร์ ได้แก่

กฎการแยก (Law of Segregation)

การทำ Monohybrid Cross (การผสมพิจารณาเพียง 1 ลักษณะ) เป็นการทดลองที่เมนเดลใช้พิสูจน์ กฎข้อที่ 1 หรือ กฎการแยก (Law of Segregation) โดยศึกษาการถ่ายทอดทางพันธุกรรมทีละลักษณะ เช่น ความสูงของต้นถั่ว โดยพบว่า แอลลีลที่ควบคุมลักษณะเดียวกันจะแยกออกจากกันระหว่างการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ทำให้เซลล์สืบพันธุ์แต่ละเซลล์ได้รับแอลลีลเพียงหนึ่งตัว เมื่อเกิดการปฏิสนธิ แอลลีลจากพ่อและแม่จะรวมกันอีกครั้ง

ตัวอย่างการผสมทีละหนึ่งลักษณะ (Monohybrid Cross)

ต้นสูง (TT) × ต้นเตี้ย (tt)

รุ่นพ่อแม่ (P) TT × tt

เซลล์สืบพันธุ์ T × t

รุ่นลูก (F₁) Tt ทั้งหมด → ต้นสูง 100%

เมื่อนำรุ่น F₁ มาผสมกัน Tt × Tt

จะได้รุ่น F2 อัตราส่วนจีโนไทป์ คือ TT : Tt : tt = 1 : 2 : 1

อัตราส่วนฟีโนไทป์ คือ ต้นสูง : ต้นเตี้ย = 3 : 1

และเมื่อทดลองในทุก ๆ ลักษณะของถั่วลันเตา พบว่าจะเจอการแสดงออกของลูกรุ่น F_{2} ในอัตราส่วน 3 : 1 นี้เสมอ และทำให้กลายเป็นผลการทดลองที่ทำให้เมนเดลค้นพบกฎการแยก

ผลการทดลองจากการทำ Monohybrid Cross ในรุ่น F2

กฎการรวมกลุ่มอย่างอิสระ (Law of Independent Assortment)

การผสมแบบ Dihybrid Cross (การผสมพิจารณา 2 ลักษณะพร้อมกัน) เป็นการทดลองที่เมนเดล นำมาใช้ตั้ง กฎข้อที่ 2 หรือ กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ (Law of Independent Assortment) โดยสรุปได้ว่า ในระหว่างการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ แอลลีลของยีนแต่ละลักษณะจะแยกออกจากกันและไปรวมกลุ่มกันในเซลล์สืบพันธุ์ได้อย่างอิสระ ทำให้เกิดการจับคู่กันของลักษณะใหม่ๆ ในรุ่นลูก

ตัวอย่างการผสมทีละ 2 ลักษณะ (Dihybrid Cross)

เมนเดลศึกษาลักษณะ รูปร่างของเมล็ด (เมล็ดกลม (R), เมล็ดขรุขระ (r)) ร่วมกับ สีของเมล็ด (เมล็ดสีเหลือง (Y), เมล็ดสีเขียว (y))

  1. รุ่นพ่อแม่ (P) : นำพันธุ์แท้เมล็ดกลมสีเหลือง (RRYY) ผสมกับพันธุ์แท้เมล็ดขรุขระสีเขียว (rryy)
  2. รุ่นลูกที่ 1 ((F_{1})) : ได้รุ่นลูกที่มีลักษณะเด่นทั้งหมด คือ เมล็ดกลมสีเหลือง แต่มีจีโนไทป์เป็น heterozygous คือ RrYy
  3. รุ่นลูกที่ 2 ((F_{2})) : เมื่อนำลูก F1 RrYy และ RrYy มาผสมกันเอง เซลล์สืบพันธุ์ที่ได้จะมี 4 แบบ คือ RY, Ry, rY, ry เมื่อนำมาไขว้กันในตารางพันเนตต์ (Punnett square) จะได้อัตราส่วนของฟีโนไทป์ ลักษณะภายนอก เป็น 9 : 3 : 3 : 1 มีรายละเอียดดังนี้
  4. 9 : เมล็ดกลม-สีเหลือง (ลักษณะเด่น-เด่น)
    3 : เมล็ดกลม-สีเขียว (ลักษณะเด่น-ด้อย)
    3 : เมล็ดขรุขระ-สีเหลือง (ลักษณะด้อย-เด่น)
    1 : เมล็ดขรุขระ-สีเขียว (ลักษณะด้อย-ด้อย)
ผลการทดลองจากการทำ Dihybrid Cross ในรุ่น F2

กฎของเมนเดลสามารถอธิบายการถ่ายทอดลักษณะเด่นและลักษณะด้อยในสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก และเป็นรากฐานสำคัญของวิชาพันธุศาสตร์ในปัจจุบัน

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล

ภายหลังการค้นพบของเมนเดล นักวิทยาศาสตร์พบว่าการถ่ายทอดลักษณะบางชนิดไม่เป็นไปตามกฎของเมนเดลทั้งหมด เราจะเรียกว่า ส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบคือ

  • ความเด่นไม่สมบูรณ์ (Incomplete Dominance) : แอลลีลเด่นไม่สามารถข่มแอลลีลด้อยได้ทั้งหมด ทำให้ลูกที่เป็นเฮเทอโรไซกัสมีลักษณะกึ่งกลางระหว่างพ่อแม่ เช่น ดอกไม้สีแดงผสมกับดอกสีขาว ได้ลูกเป็นดอกสีชมพู
การแสดงออกของความเด่นไม่สมบูรณ์
  • ความเด่นร่วม (Codominance) : แอลลีลทั้งสองแสดงออกพร้อมกันโดยไม่มีแอลลีลใดข่มอีกฝ่าย ตัวอย่างที่สำคัญคือ กรุ๊ปเลือดระบบ ABO ซึ่งอัลลีล IA และ IB แสดงออกพร้อมกัน ทำให้เกิดกรุ๊ปเลือด AB หรือสีขนของวัวสีโรนที่เห็นได้ชัดเจน
การแสดงออกของความเด่นร่วม

มัลติเพิลแอลลีล (Multiple Alleles) : ยีนบางตำแหน่งมีแอลลีลมากกว่าสองชนิดในประชากร แม้ว่าสิ่งมีชีวิตแต่ละตัวจะมีได้เพียงสองแอลลีล ตัวอย่างคือ ระบบหมู่เลือด ABO ที่ประกอบด้วย I^A, I^B และ i

ระบบหมู่เลือด ABO
รูปแบบการเขียนGenotypeของระบบหมู่เลือด ABO

ลักษณะควบคุมโดยยีนหลายคู่ (Polygenic Inheritance) : ลักษณะบางอย่างถูกควบคุมโดยยีนหลายคู่ร่วมกัน ทำให้เกิดความแปรผันอย่างต่อเนื่อง เช่น สีผิว ความสูง น้ำหนัก และสีของเมล็ดข้าวสาลี

การแสดงออกของสีผิวจากการควบคุมยีนหลายคู่

ยีนที่เพศมีผลต่อการแสดงออก (Sex influenced gene) คือ ยีนที่อยู่บนออโตโซม (โครโมโซมร่างกาย) แต่การแสดงออกของยีนนั้นถูกควบคุมหรือได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศ ทำให้เพศชายและเพศหญิงแสดงลักษณะทางพันธุกรรมนี้ออกมาต่างกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ ลักษณะศีรษะล้าน (Pattern baldness) ซึ่งถูกควบคุมโดยยีนบนออโตโซม โดยมียีนศีรษะล้านเป็นยีนเด่น (B) และยีนผมปกติเป็นยีนด้อย (b)

เพศชาย : หากมีจีโนไทป์เป็น Bb จะแสดงลักษณะศีรษะล้าน (เนื่องจากมีฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนสูง)
เพศหญิง : จะแสดงลักษณะศีรษะล้านก็ต่อเมื่อมีจีโนไทป์เป็น BB เท่านั้น

ตัวอย่างการแสดงออกของลักษณะหัวล้าน

ลักษณะที่ปรากฏจำเพาะเพศ (Sex-limited traits) คือ ลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมด้วยยีนบนโครโมโซมร่างกายปกติ (Autosome) ซึ่งมีอยู่ในทั้งเพศชายและเพศหญิง แต่ลักษณะนั้นจะปรากฏหรือแสดงออกเพียงเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากต้องอาศัยสภาพแวดล้อมภายในร่างกายหรือฮอร์โมนเพศเป็นตัวกระตุ้น
เช่น ขนหางของไก่ในเพศผู้

ตัวอย่างการแสดงออกของขนหางของไก่

แผนผังพันธุประวัติ พงศาวลี หรือเพดดีกรี (Pedigree Chart) คือ แผนภาพที่ใช้แสดงลำดับเครือญาติและการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสมาชิกในครอบครัวหลายชั่วอายุคน โดยใช้สัญลักษณ์มาตรฐานแทนเพศ ความสัมพันธ์ และลักษณะที่ปรากฏ (ฟีโนไทป์) ของแต่ละบุคคล เพื่อศึกษารูปแบบการถ่ายทอดลักษณะหรือโรคทางพันธุกรรมได้อย่างเป็นระบบ

สัญลักษณ์ใน พงศาวลี (Pedigree Chart) เป็นสัญลักษณ์มาตรฐานที่ใช้ในการศึกษาพันธุศาสตร์ เพื่อแสดงเพศ ความสัมพันธ์ และการแสดงลักษณะทางพันธุกรรมของบุคคลในครอบครัว ดังนี้

สัญลักษณ์

  1. □ (สี่เหลี่ยม)
  2. ○ (วงกลม)
  3. ◇ (รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน)
  4. ■ หรือ ● (ระบายทึบ)
  5. □ หรือ ○ (ไม่ระบายสี)
  6. ◐ หรือ ⊙ (ระบายครึ่งหนึ่ง/มีจุดกลาง ขึ้นกับรูปแบบที่ใช้)
  7. / ผ่านสัญลักษณ์
  8. เส้นแนวนอนเชื่อมระหว่างชาย–หญิง
  9. เส้นแนวตั้งจากคู่สมรสลงมา
  10. เส้นแนวนอนเชื่อมพี่น้อง
  11. เส้นคู่ระหว่างชาย–หญิง
  12. สัญลักษณ์ที่แตกแขนงจากจุดเดียวกัน

 

ความหมาย

  1. เพศชาย
  2. เพศหญิง
  3. ไม่ระบุเพศ หรือไม่ทราบเพศ
  4. บุคคลที่แสดงลักษณะหรือเป็นโรคที่กำลังศึกษา
  5. บุคคลที่ไม่แสดงลักษณะหรือไม่เป็นโรค
  6. พาหะ (Carrier) ของลักษณะด้อย โดยเฉพาะโรคที่ถ่ายทอดแบบยีนด้อย
  7. บุคคลเสียชีวิต
  8. การสมรสหรือการมีคู่
  9. แสดงการมีบุตร
  10. แสดงว่าบุคคลเป็นพี่น้องร่วมพ่อแม่เดียวกัน
  11. การสมรสระหว่างเครือญาติ (Consanguineous marriage)
  12. แสดงลูกแฝด (Twin) โดยถ้ามีเส้นเชื่อมระหว่างแฝดแสดงว่าเป็นแฝดแท้ (Monozygotic)
ตัวอย่างสัญลักษณ์ที่ใช้ในแผนผังพันธุประวัติ

ยีนที่เกี่ยวข้องกับเพศ (Sex-linked gene) คือ ยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศ (X หรือ Y) รูปแบบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนี้จะแตกต่างจากยีนบนโครโมโซมร่างกายทั่วไป ทำให้บางโรคหรือลักษณะปรากฏเกิดขึ้นในเพศชายและเพศหญิงด้วยความถี่ไม่เท่ากัน

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของ Sex-linked gene แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ ดังนี้

1. ยีนบนโครโมโซม X (X-linked genes) สามารถแบ่งแยกย่อยได้เป็น

1.1 ยีนเด่นบนโครโมโซม X (X-linked Dominant) ลักษณะหรือโรคที่ถูกควบคุมด้วยยีนเด่น เพียงแค่ได้รับยีนจากพ่อหรือแม่มาแค่ 1 แอลลีล ก็จะแสดงอาการทันที พบได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง

ตัวอย่าง : โรคกลุ่มอาการเร็ตต์ (Rett Syndrome) และ โรคกระดูกอ่อนจากการขาดฟอสเฟต (X-linked Hypophosphatemia)

1.2 ยีนด้อยบนโครโมโซม X (X-linked Recessive) ลักษณะหรือโรคที่ถูกควบคุมด้วยยีนด้อย ผู้หญิง (XX) จะแสดงอาการก็ต่อเมื่อต้องได้รับยีนด้อยจากทั้งพ่อและแม่ แต่หากได้รับยีนด้อยมาเพียงตัวเดียว จะเป็นเพียง “พาหะ” และไม่แสดงอาการ สำหรับผู้ชาย (XY) หากได้รับยีนด้อยเพียงตัวเดียวบนโครโมโซม X จะแสดงอาการทันที

ตัวอย่าง : โรคตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย (เลือดออกไม่หยุด) และ โรคภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD

2. ยีนบนโครโมโซม Y (Y-linked genes) เป็นยีนที่อยู่บนโครโมโซม Y ซึ่งมีขนาดเล็กและมียีนอยู่น้อย ยีนส่วนใหญ่ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะเฉพาะของเพศชาย
รูปแบบการถ่ายทอด : จะถ่ายทอดจากพ่อไปสู่ลูกชายโดยตรง ไม่ถ่ายทอดไปสู่ลูกสาว
ตัวอย่าง : ยีน SRY ที่ควบคุมการพัฒนาอวัยวะเพศชาย และ ลักษณะมีขนยาวที่ใบหู (Hairy pinna)

การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซมเดียวกัน

แม้ว่ากฎการรวมกลุ่มอย่างอิสระของเมนเดลจะอธิบายการถ่ายทอดยีนได้ในหลายกรณี แต่พบว่ายีนบางยีนอยู่บนโครโมโซมเดียวกัน จึงมีแนวโน้มถูกถ่ายทอดไปพร้อมกัน เรียกว่า ยีนบนโครโมโซมเดียวกัน (Linkage genes)

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสอาจเกิดกระบวนการ การแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนของโครโมโซม (Crossing over) ระหว่างโครโมโซมคู่เหมือน ส่งผลให้เกิดการจัดเรียงยีนใหม่และเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรม

ความถี่ของการเกิดการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนขึ้นอยู่กับระยะห่างของยีนบนโครโมโซม กล่าวคือ

  • ยีนที่อยู่ใกล้กัน มีโอกาสถูกถ่ายทอดร่วมกันสูง
  • ยีนที่อยู่ห่างกัน มีโอกาสเกิดการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนมากขึ้น ทำให้แยกจากกันได้ง่าย

ตัวอย่าง โทมัส ฮันต์ มอร์แกน ศึกษาแมลงหวี่ (Drosophila melanogaster) พบว่ายีนที่ควบคุมสีลำตัวและลักษณะปีกบางคู่มักถ่ายทอดไปด้วยกัน เพราะอยู่บนโครโมโซมเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนของโครโมโซม (Crossing over) จะทำให้เกิดลูกที่มีลักษณะใหม่ เช่น ลำตัวสีดำแต่ปีกยาว หรือ ลำตัวสีเทาแต่ปีกสั้น ซึ่งพบได้น้อยกว่าลักษณะเดิม

การศึกษาแมลงหวี่ของมอร์แกน

ความรู้เรื่องยีนบนโครโมโซมเดียวกันมีประโยชน์ในการต่อยอดการสร้างแผนที่ยีน การศึกษาวิวัฒนาการ การปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ รวมถึงการวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมอีกด้วย

ข้อสอบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ม.4 พร้อมเฉลย

ข้อสอบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ข้อที่ 1
เฉลยโจทย์การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ข้อที่ 1

ตอบ ตัวเลือกที่ 3

รูปแบบการถ่ายทอดลักษณะของสีขนกระต่ายดังโจทย์ เป็นลักษณะของ มัลติเพิลแอลลีล (Multiple alleles) จากข้อมูลในตารางพบว่า พบว่า แอลลีล C เป็นแอลลีลเด่น เนื่องจากเมื่อพ่อหรือแม่ที่มีขนสีน้ำตาล มีการจับคู่ผสมพันธุ์กับสีไหนก็ตาม จะได้ลูกออกมาเป็นสีน้ำตาลเท่านั้น และใช้หลักการนี้ในการพิจารณาความ
สามารถในการข่มของแอลลีลแต่ละแบบ ตามผลในตาราง สรุปได้ว่า C > c^{ch} > c^{h} > c ตามลําดับ

ข้อสอบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ข้อที่ 2
เฉลยโจทย์การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ข้อที่ 2

ตอบ ตัวเลือกที่ 2

กำหนดให้

R ควบคุมลักษณะเมล็ดกลม r ควบคุมลักษณะเมล็ดขรุขระ

Y ควบคุมลักษณะเมล็ดสีเหลือง y ควบคุมลักษณะเมล็ดสีเขียว

Phenotype พ่อแม่ : เมล็ดกลมเหลือง X เมล็ดขรุขระเขียว

Genotype พ่อแม่ : RrYy X rryy

Gamete พ่อแม่ : RY, Ry, rY, ry ry

Genotype ลูกรุ่น F_1 : RrYy, Rryy, rrYy, rryy

Phenotype ลูกรุ่น F_1 :

เมล็ดกลมเหลือง, เมล็ดกลมเขียว, เมล็ดขรุขระเหลือง, เมล็ดขรุขระเขียว
เทียบเป็น Phenotype ratio คือ 1 : 1: 1 : 1 หรือ มีสัดส่วนลักษณะข้างต้นร้อยละ 25 เท่ากันทุกลักษณะ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเนื้อหาการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ที่พี่สรุปมาให้ หลังอ่านจบแล้ว แนะนำให้ฝึกทำโจทย์เพิ่ม จะได้เข้าใจเนื้อหามากขึ้น โดยพี่มีก็ข้อสอบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม พร้อมเฉลยมาฝากด้วย หวังว่าจะหวังว่าจะช่วยให้น้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบทุกคนแม่นในเนื้อหาเรื่องนี้มากขึ้นน้าา

บทความ แนะนำ

บทความ แนะนำ

A-Level คืออะไร? มีกี่วิชา?
A-Level 70 (เอเลเวล) คืออะไร? มีกี่วิชา? อัปเดตครบทุกเรื่อง
เรียนชีวะยังไงให้เข้าใจ รวมเทคนิคลับจากพี่หนุ่ม SmartMathPro
เรียนชีวะยังไงให้เข้าใจ รวมเทคนิคลับจากพี่หนุ่ม SmartMathPro
ข้อสอบ A-Level ชีววิทยา
ข้อสอบ A-Level ชีววิทยา 69 ออกอะไรบ้าง แจกแนวข้อสอบและเฉลย
ระบบย่อยอาหารมนุษย์ ม.5
สรุประบบย่อยอาหารมนุษย์ ชีววิทยา ม.5 พร้อมข้อสอบและเฉลย
สรุปเนื้อหาชีววิทยา เอนไซม์ Enzyme
สรุป เอนไซม์ คืออะไร ? (เคมีที่เป็นพื้นฐานสิ่งมีชีวิต ม.4) พร้อมแบบฝึกหัดและเฉลย

ทีมวิชาการชีววิทยา

ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการชีววิทยาของสถาบัน SmartMathPro

ทีมวิชาการชีววิทยา

ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์ และผู้เขียนบทความวิชาการชีววิทยาของสถาบัน SmartMathPro

สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่

Line : @smartmathpronews

FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น 

IG : pan_smartmathpro

X : @PanSmartMathPro

Tiktok : @pan_smartmathpro

Lemon8 : @pan_smartmathpro

Share
โปรโมชัน




คลังข้อสอบ



เว็บไซต์สำหรับ Dek70