ใครกำลังตามหาสรุปเรื่อง Conjunction อยู่บ้างง วันนี้พี่มีสรุปหัวข้อนี้มาให้น้อง ๆ ได้อ่านกันด้วยน้า โดยในบทความจะมีหัวข้อความหมาย หน้าที่ ประเภท ของ Conjunction พร้อมข้อสอบและเฉลยให้ทุกคนลองฝึกทำท้ายบทความ
อีกด้วย
สนใจหัวข้อไหน ... กดอ่านเลย
ToggleConjunction คืออะไร ?
Conjunction คือ คำสันธาน หรือ คำเชื่อม ที่ใช้เชื่อมคำ กลุ่มคำ หรือประโยคเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์และต่อเนื่องกันของใจความในประโยค ไม่ว่าจะเป็นการคล้อยตาม ขัดแย้ง หรือเป็นเหตุเป็นผลกัน
ตัวอย่างประโยค
- Tom and Jerry are friends. (ทอมและเจอรี่เป็นเพื่อนกัน)
- Anny was tired, but she continued studying. (แอนนี่รู้สึกเหนื่อย แต่เธอก็ยังเรียนต่อไป)
- We stayed home because it was raining. (พวกเราอยู่บ้านเพราะฝนกำลังตก)
หน้าที่ของ Conjunction
Conjunction มีหน้าที่หลัก 3 อย่าง ดังนี้
- เชื่อมคำ (word) : เชื่อมคำประเภทเดียวกัน เช่น เชื่อมคำนามกับคำนาม เชื่อมกริยากับกริยา
ตัวอย่างประโยค I bought apples and bananas. (ฉันซื้อแอปเปิ้ลและกล้วย) - เชื่อมวลี (phrase) : เชื่อมกลุ่มคำเข้าด้วยกัน (กลุ่มคำไม่มีประธานและกริยาแท้)
ตัวอย่างประโยค The wallet might be on the table or in the bag. (กระเป๋าสตางค์อาจอยู่บนโต๊ะหรือในกระเป๋า) - เชื่อมประโยค (clause) : เชื่อมประโยคหลักและประโยคย่อยเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงเหตุผล ขัดแย้ง บอกเงื่อนไข
หรืออื่น ๆ
ตัวอย่างประโยค Although the traffic was terrible, we arrived at the airport on time. (แม้ว่าการจราจรติดขัด พวกเราก็มาถึงสนามบินตรงเวลา)
ประเภทของ Conjunction
- Coordinating Conjunctions (FANBOYS)
Coordinating Conjunctions ใช้เชื่อมคำ วลี หรือประโยคสมบูรณ์ 2 ประโยคเข้าด้วยกัน (Independent Clause + Independent Clause) โดย 2 ประโยคนี้มีความสำคัญเท่า ๆ กัน มักมีเครื่องหมาย comma ( , ) คั่นประโยค
คำเชื่อมที่พบบ่อย
For = เพราะว่า (บอกเหตุ)
And = และ (คล้อยตามหรือส่งเสริมกัน)
Nor = และไม่ (ปฏิเสธทั้งคู่)
But = แต่ (ขัดแย้ง)
Or = หรือ (ให้เลือก)
Yet = แต่ (ขัดแย้ง)
So = ดังนั้น (บอกเหตุผล)
เทคนิคการจำ : คำเชื่อมกลุ่มนี้ น้องสามารถจำง่าย ๆ ได้ว่า “FANBOYS”
ตัวอย่างประโยค
- Tong wanted to buy a new car, but he didn’t have enough money. (ต๋องอยากซื้อรถยนต์คันใหม่ แต่เขาไม่มีเงินมากพอ)
- The road was flooded, so the delivery was delayed. (น้ำท่วมถนน ดังนั้นการจัดส่งจึงล่าช้า)
- Subordinating Conjunctions
Subordinating Conjunctions ใช้เชื่อมประโยคใจความรอง (Dependent Clause) เข้ากับ ประโยคใจความหลัก (Main Clause) เพื่อบอกความสัมพันธ์ด้านเวลา เหตุผล เงื่อนไข หรือขัดแย้ง
จุดสังเกต : ถ้าขึ้นต้นประโยคด้วยคำเชื่อมกลุ่มนี้ ต้องมีเครื่องหมาย Comma ( , ) คั่นกลางประโยค แต่ถ้าคำเชื่อมอยู่ตรงกลางประโยค ไม่ต้องมี Comma คั่น
คำเชื่อมที่พบบ่อย
บอกเหตุผล \to because, since, as
บอกเวลา \to when, while, before, after, until
บอกความขัดแย้ง \to though, although, even though, whereas, while
บอกเงื่อนไข \to if, unless, provided that
บอกวัตถุประสงค์ \to so that, in order that
ตัวอย่างประโยค
- He went to see a doctor since he felt very sick. (เขาไปหาหมอเพราะเขารู้สึกป่วยมาก)
- While some employees preferred remote work, others favored working in the office. (ในขณะที่พนักงานบางคนชอบทำงานทางไกล คนอื่น ๆ ก็ชอบทำงานที่ออฟฟิศ)
- Correlative Conjunctions
Correlative Conjunctions เป็นคำเชื่อมที่มาเป็นคู่กันเสมอ ใช้เพื่อเชื่อมสิ่งที่มีความสำคัญเท่ากันหรือเชื่อมคำประเภทเดียวกัน
คำเชื่อมใช้เป็นคู่ที่พบบ่อย
Both…and… = ทั้ง…และ…
Either…or… = ไม่…ก็… (ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
Neither…nor… = ไม่…ทั้งคู่ (ไม่เลือกทั้งคู่)
Not only…but also… = ไม่เพียงแต่…ยัง …
As…as… = …เท่ากับ…
Whether…or… = ไม่ว่าจะ…หรือ…
ตัวอย่างประโยค
- Neither Sky nor Sunny attended the meeting. (สกายและซันนี่ไม่เข้าร่วมการประชุมทั้งคู่)
- Sandy is not only pretty but also intelligent. (แซนดี้ไม่เพียงแต่เป็นคนสวย แต่ยังฉลาดอีกด้วย)
แบบฝึกหัด เรื่อง Conjunction (คำสันธาน) พร้อมเฉลย
ตอบ ข้อ 3. so
คำอธิบาย: เนื่องจาก ประโยคแรกกล่าวว่า บริษัทเปิดตัวแคมเปญการตลาดตัวใหม่ และประโยคที่สอง(หลังเครื่องหมาย comma) กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายในหนึ่งเดือน เป็นใจความที่เป็นบวกเหมือนประโยคแรก จึงต้องใช้คำเชื่อมที่แสดงความเป็นเหตุเป็นผลกัน โดยประโยคแรกเป็นเหตุ ประโยคหลังเป็นผล “เหตุ → ผล” ดังนั้น so ที่แปลว่า ดังนั้น (ประโยคหลัง so แสดงผล) จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
ตัวเลือกข้อ 1 ผิด เพราะ because แปลว่า เพราะว่า ประโยคที่อยู่หลัง because ต้องแสดงเหตุ แต่ข้อนี้ตรงช่องว่างต้องการคำเชื่อมแสดงผล
ตัวเลือกข้อ 2 ผิด เพราะ although แปลว่า แม้ว่า ใช้เชื่อมความขัดแย้ง แต่ประโยคข้อนี้แสดงความเป็นเหตุเป็นผลกัน
ตัวเลือกข้อ 4 ผิด เพราะ unless แปลว่า เว้นแต่ว่า, ถ้า…ไม่ ใช้เพื่อแสดงเงื่อนไข แต่ประโยคข้อนี้แสดงความเป็นเหตุเป็นผลกัน
ตอบ ข้อ 4. both, and
คำอธิบาย: เนื่องจาก ประโยคนี้กล่าวว่า ฉันคิดว่าทั้งมาร์คและจอห์นจะเข้าร่วมงานสัมมนาวันนี้ ฉันเห็นชื่อพวกเขาในรายชื่อผู้เข้าร่วมงาน ดังนั้นข้อนี้จึงต้องใช้คำเชื่อมคู่ “both…and…” ที่แสดงถึง ทั้ง…และ… จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
ตัวเลือกข้อ 1 ผิด เพราะ neither…nor… แปลว่า ไม่…ทั้งคู่ แต่ประโยคที่เป็นจุดสังเกตุของโจทย์ข้อนี้กล่าวว่า “I saw their names on the list.” บอกว่า ฉันเห็นรายชื่อสองคนในลิสต์ผู้ร่วมงาน ดังนั้น neither…nor… จึงไม่เข้ากับบริบทนี้
ตัวเลือกข้อ 2 ผิด เพราะ either…or… แปลว่า ไม่…ก็… เป็นการให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่เข้ากับบริบทนี้
ตัวเลือกข้อ 3 ผิด เพราะ whether…or… แปลว่า ไม่ว่าจะ…หรือ… แสดงความเป็นไปได้หรือบอกเงื่อนไข ซึ่งไม่เข้ากับบริบทนี้
และนี่ก็คือเนื้อหาเรื่อง Conjunction (คำสันธาน) ที่พี่สรุปมาให้ทุกคนอ่านกันน้า และถ้าใครอยากแม่นเนื้อหานี้มากขึ้น แนะนำว่าให้ลองฝึกทำแบบฝึกหัดเรื่อง Conjunction หรือนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ รับรองว่าเก่งขึ้นแน่นอนน > <
ข้อสอบภาษาอังกฤษพร้อมเฉลย
บทความ แนะนำ
บทความ แนะนำ
ทีมวิชาการภาษาอังกฤษ
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาอังกฤษของสถาบัน SmartMathPro
ทีมวิชาการภาษาอังกฤษ
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์ และผู้เขียนบทความวิชาการภาษาอังกฤษของสถาบัน SmartMathPro
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่
Line : @smartmathpronews
FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น
IG : pan_smartmathpro
X : @PanSmartMathPro
Tiktok : @pan_smartmathpro
Lemon8 : @pan_smartmathpro



