สำหรับน้อง ๆ ม.ปลายที่กำลังมองหาสรุปเนื้อหาแก๊ส ม.6 ไม่ควรพลาดบทความนี้เลยน้าา เพราะว่าพี่เตรียมสรุปความหมาย สมบัติของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส กฎข้อที่หนึ่งของอุณหภูมิพลศาสตร์ เป็นต้น พร้อมมีตัวอย่างโจทย์ให้แต่ละหัวข้อด้วย และท้ายบทความมีแบบฝึกหัดและเฉลยแจกให้ไปฝึกเพิ่มเติมกันด้วยน้า
สนใจหัวข้อไหน ... กดอ่านเลย
Toggleแก๊สคืออะไร ?
แก๊ส (Gas) คือ สถานะหนึ่งของสสารที่มีลักษณะเด่นคือ อนุภาคองค์ประกอบ (โมเลกุลหรืออะตอม) จะอยู่ห่างกันมากเมื่อเทียบกับของแข็งและของเหลว อนุภาคเหล่านี้มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างกันน้อยมาก ทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระในทุกทิศทาง ด้วยเหตุนี้ แก๊สจึง ไม่มีรูปร่างและปริมาตรที่แน่นอน แต่จะฟุ้งกระจายและขยายตัวจนเต็มภาชนะที่บรรจุอยู่เสมอ ไม่ว่าภาชนะนั้นจะมีรูปร่างหรือขนาดเท่าใดก็ตาม โดยแก๊สจะมีสมบัติดังหัวข้อต่อไป
สมบัติของแก๊ส
การอธิบายพฤติกรรมของแก๊สจริงนั้นทำได้ยาก เนื่องจากโมเลกุลของแก๊สมีการสูญเสียพลังงานจลน์ระหว่างการชน มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล และมีขนาดใหญ่จนทำให้ปริมาตรของแก๊สไม่เท่ากับปริมาตรของภาชนะที่บรรจุ ดังนั้น เพื่อทำให้การอธิบายพฤติกรรมของแก๊สทำได้ง่ายขึ้น จึงได้มีการสร้างแบบจำลองแก๊สอุดมคติ ขึ้นมา ดังรูป
แก๊สอุดมคติ (ideal gas) คือ แก๊สที่มีสมบัติดังต่อไปนี้
- ปริมาตรของอนุภาคเข้าใกล้ศูนย์ โมเลกุลของแก๊สมีขนาดที่เล็กจิ๋วมาก ๆ จนสามารถตัดเรื่องปริมาตรของตัวมันเองทิ้งไปได้เลย เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับขนาดความจุของภาชนะที่มันบรรจุอยู่
- ปราศจากแรงกระทำระหว่างกัน อนุภาคของแก๊สแต่ละตัวจะเป็นอิสระต่อกันโดยไม่มีแรงดึงดูดหรือแรงผลักใด ๆ ทั้งสิ้น แรงกระทำจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพวกมันพุ่งชนกันเอง หรือกระแทกเข้ากับผนังของภาชนะเท่านั้น
- เคลื่อนที่แบบไร้ระเบียบ (Random Motion) ทิศทางและอัตราเร็วในการวิ่งของแต่ละโมเลกุลนั้นคาดเดาไม่ได้และเป็นไปแบบสุ่ม โดยทุก ๆ อนุภาคมีโอกาสเท่าเทียมกันหมดที่จะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใดหรือด้วยระดับความเร็วเท่าใดก็ได้
- เป็นการชนแบบยืดหยุ่นสมบูรณ์ (Elastic Collision) ทุกครั้งที่มีการกระแทก ไม่ว่าจะเป็นการชนกันเองระหว่างโมเลกุล หรือการวิ่งชนขอบภาชนะ พลังงานจลน์รวมของระบบจะไม่ลดลงหรือสูญหายไปไหนระหว่างกระบวนการชนนั้น
กฎของแก๊สอุดมคติ
กฎของบอยล์ (Boyle’s Law)
กฎนี้ค้นพบโดย โรเบิร์ต บอยล์ (Robert Boyle) นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ เขาพบว่าเมื่อเราควบคุมให้ อุณหภูมิคงที่ ความดันของแก๊สจะแปรผกผันกับปริมาตร
กฎของชาร์ล (Charles’ Law)
ค้นพบโดย ชาก-อเล็กซองดร์-เซซา ชาร์ล (Jacques-Alexandre-\text{César} Charles) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส เขาพบว่าหากเราควบคุมให้ ความดันคงที่ ปริมาตรของแก๊สจะแปรผันตรงกับอุณหภูมิสัมบูรณ์
กฎของเกย์-ลูสแซก (Gay-Lussac’s Law)
ค้นพบโดย โฌแซ็ฟ-ลุย เกลูว์ซัก (Joseph-Louis Gay-Lussac) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส กฎนี้ระบุว่าหากเรากำหนดให้ ปริมาตรคงที่ ความดันของแก๊สจะแปรผันตรงกับอุณหภูมิสัมบูรณ์
จากความสัมพันธ์ย่อยๆ ทั้ง 3 กฎ เมื่อนำมารวมกันจะทำให้เราได้สมการที่อธิบายความสัมพันธ์ของทั้ง ความดัน ปริมาตร และอุณหภูมิ ดังนี้
จากการทดลองใช้แก๊สชนิดต่าง ๆ ที่มีปริมาตรต่างกัน ค่าคงตัว K_4 จะแปรผันตรงกับจำนวนโมลของแก๊ส กล่าวได้ว่า สำหรับแก๊สชนิดหนึ่งสามารถเขียนแสดงความสัมพันธ์ได้ดังนี้
ตัวอย่างโจทย์กฎของแก๊สอุดมคติ
1. แก๊สชนิดหนึ่งมีปริมาตร 3.00 ลูกบาศก์เมตร ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส และความดัน 2.00 บรรยากาศ จงหาปริมาตรของแก๊สจำนวนนี้ที่อุณหภูมิ 227 องศาเซลเซียส และความดัน 5.00 บรรยากาศ
วิธีทำ
หาปริมาตรของแก๊ส
ตอบ ปริมาตรใหม่ของแก๊สจำนวนนี้จะเท่ากับ 2.00 ลูกบาศก์เมตร
2.แก๊สอุดมคติชนิดหนึ่งบรรจุในถังขนาด 0.01 ลูกบาศก์เมตร ที่อุณหภูมิ 100 เคลวิน หากแก๊สมีความดัน 83,100 พาสคัล จงหาว่าแก๊สในถังนี้มีจำนวนกี่โมล
(กำหนดให้ ค่าคงตัวของแก๊ส R = 8.31 \text{ J/mol} \cdot \text{K})
วิธีทำ
หาจำนวนโมลของแก๊สในถัง
ตอบ แก๊สในถังมีจำนวน 1 โมล
ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส เป็นทฤษฎีที่ใช้อธิบายพฤติกรรมและสมบัติทางกายภาพของแก๊ส (เช่น ความดัน อุณหภูมิ และปริมาตร) โดยพิจารณาจากการเคลื่อนที่ของโมเลกุลในระดับจุลภาค
พฤติกรรมหนึ่งที่สำคัญคือ ความดันของแก๊ส ซึ่งเกิดจากการที่โมเลกุลของแก๊สจำนวนมากเคลื่อนที่ชนผนังภาชนะอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดแรงดลกระทำต่อพื้นที่ผนัง
เมื่อเราคำนวณผ่านโมเมนตัมของโมเลกุลที่เปลี่ยนไปในทั้ง 3 มิติ (แกน X, Y และ Z) จะสามารถสรุปความสัมพันธ์ระหว่างความดัน (P), ปริมาตร (V), จำนวนโมเลกุล (N), มวล (m) และอัตราเร็วเฉลี่ยกำลังสอง (\overline{v^2})ได้ดังสมการ
PV = \frac{1}{3}Nm\overline{v^2}
จากความสัมพันธ์ดังกล่าว หากนำสมการความดันนี้ไปเปรียบเทียบกับกฎของแก๊สอุดมคติ (PV = Nk_BT) ก็จะช่วยให้เราสามารถคำนวณหาพลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลแก๊สแต่ละตัว ได้ดังสมการ
ซึ่งความเชื่อมโยงของพลังงานจลน์นี้เองที่นำไปสู่การบอกค่าอัตราเร็วเฉลี่ยของโมเลกุลแก๊ส เนื่องจากในความเป็นจริง โมเลกุลของแก๊สแต่ละตัวจะเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วที่แตกต่างกัน ในทางฟิสิกส์จึงนิยมใช้ค่าอัตราเร็วเฉลี่ยรวมในรูปแบบที่เรียกว่า v_{rms} (Root Mean Square speed) หรืออัตราเร็วอาร์เอ็มเอส ซึ่งหาได้จากการนำสมการความสัมพันธ์ของพลังงานจลน์มาจัดรูปใหม่ ได้ดังสมการ
ตัวอย่างโจทย์ของทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
1.จงหาพลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลของแก๊สที่ 20^\circ\text{C}
วิธีทำ
หาพลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลของแก๊ส
ตอบ พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลของแก๊สที่ 20^\circ\text{C} มีค่าประมาณ 6.07 \times 10^{-21} จูล
2.แก๊สอาร์กอน (Ar) เป็นแก๊สเฉื่อยที่มีสมบัติใกล้เคียงแก๊สอุดมคติ หากมวลของแก๊สอาร์กอน 1 อะตอม มีค่าประมาณ 6.64\times 10^{-26} กิโลกรัม จงคำนวณหาอัตราเร็วอาร์เอ็มเอสของแก๊สอาร์กอนที่อุณหภูมิ 27^\circ\text{C} (กำหนดให้ ค่าคงตัวโบลต์ซมันน์ k_B = 1.38 \times 10^{-23} \text{ J/K})
วิธีทำ
คำนวณหาอัตราเร็วอาร์เอ็มเอสของแก๊สอาร์กอน
ตอบ อัตราเร็วอาร์เอ็มเอสของแก๊สอาร์กอนที่อุณหภูมิ 27^\circ\text{C} มีค่าประมาณ 432.49 เมตรต่อวินาที
กฎข้อที่หนึ่งของอุณหภูมิพลศาสตร์
กฎข้อที่หนึ่งของอุณหพลศาสตร์ เป็นการประยุกต์ใช้หลักการตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน (Law of Conservation of Energy) เพื่อนำมาใช้อธิบายพฤติกรรมของระบบแก๊ส โดยมีใจความสำคัญว่า พลังงานความร้อนที่ระบบถ่ายโอน จะเท่ากับผลรวมของการเปลี่ยนแปลงพลังงานภายในระบบกับงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ สามารถเขียนเป็นความสัมพันธ์หลักได้ดังนี้
เพื่อให้การนำสมการไปประยุกต์ใช้เป็นไปอย่างถูกต้อง ควรทำความเข้าใจความหมายและเงื่อนไขของตัวแปรทั้ง 3 ดังนี้
ความร้อน Q คือ พลังงานความร้อนที่ถ่ายโอนเข้าหรือออกจากระบบ
พลังงานภายในระบบ Uคือ ผลรวมของพลังงานจลน์ของโมเลกุลแก๊สทั้งหมด ซึ่ง แปรผันตรงกับอุณหภูมิสัมบูรณ์ T หากอุณหภูมิเปลี่ยน พลังงานภายในก็จะเปลี่ยน (\Delta U) ดังสมการ
งานที่ทำโดยแก๊ส (W) คือ งานที่เกิดจากแก๊สออกแรงดันผนังภาชนะ (เช่น ลูกสูบ) ให้เคลื่อนที่ ส่งผลให้ ปริมาตร V ของแก๊สเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังสมการ
ในการนำความสัมพันธ์ดังกล่าวไปใช้วิเคราะห์สถานการณ์จริง การพิจารณาเครื่องหมายของตัวแปรถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง กล่าวคือ หากระบบได้รับความร้อน Q จะมีค่าเป็นบวก แต่ถ้าคายความร้อนจะเป็นลบ ในทำนองเดียวกัน หากพลังงานภายในเพิ่มขึ้นซึ่งสะท้อนให้เห็นจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น (\Delta U) ก็จะเป็นบวก แต่ถ้าอุณหภูมิลดลงก็จะเป็นลบ สำหรับส่วนของงาน หากปริมาตรแก๊สขยายตัวดันสิ่งแวดล้อม W จะมีค่าเป็นบวก (แก๊สทำงาน) แต่หากปริมาตรหดตัวจากการถูกสิ่งแวดล้อมกระทำ W จะมีค่าเป็นลบ ซึ่งสามารถสรุปดังรูป
ตัวอย่างโจทย์ของกฎข้อที่หนึ่งของอุณหพลศาสตร์
แก๊สอุดมคติจำนวนหนึ่งบรรจุอยู่ในกระบอกสูบที่สามารถขยายตัวได้คล่อง เมื่อระบบได้รับความร้อนจากภายนอก 4,500 จูล พบว่าแก๊สเกิดการขยายตัวและทำงานดันลูกสูบ 1,800 จูล จงหาพลังงานภายในของแก๊สนี้ที่เปลี่ยนแปลงไป
วิธีทำ
หาพลังงานภายในของแก๊สนี้ที่เปลี่ยนแปลงไป
ตอบ พลังงานภายในของระบบเพิ่มขึ้น 2,700 จูล
รวมสูตร แก๊ส ม.6
ติว A-Level ฟิสิกส์กับ SmartMathPro
พี่ขอแนะนำตัวช่วยอย่าง คอร์สเตรียมสอบมหาลัยฯ ของ SmartMathPro เลยย มีให้เลือกมากมายทั้งสนาม TGAT / TPAT หรือ A-Level และสอนโดยติวเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละวิชาด้วย
โดยในแต่ละคอร์สจะสอนปูพื้นฐานแบบละเอียด อิงตาม Test Blueprint ปีล่าสุด (ใครที่พื้นฐานไม่แน่นก็สามารถเรียนได้) พร้อมพาตะลุยโจทย์แบบไต่ระดับ ตั้งแต่โจทย์ซ้อมมือไปจนถึงข้อสอบเก่าหรือโจทย์ที่ใกล้เคียงกับข้อสอบจริง แถมยังแจกเทคนิคในการทำข้อสอบที่จะช่วยให้น้อง ๆ ทำข้อสอบได้เร็วขึ้นและช่วยเพิ่มโอกาสในการอัปคะแนนให้อีกด้วย สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่สมัครตอนนี้ รับฟรี Unseen Mock Test ชุดพิเศษ และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ประจำเดือน ถ้าใครสนใจ คลิก เข้ามาดูรายละเอียดแต่ละคอร์สได้เลยยย
ข้อสอบแก๊สพร้อมเฉลย
ตอบ 1. ความดันจะเพิ่มขึ้น 373.5 กิโลพาสคัล
เนื่องจากปริมาตร (V) และจำนวนโมล (n) คงที่ เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น ความดันจะต้องเพิ่มขึ้น
ตามความสัมพันธ์ P \propto T
เราสามารถหาความดันที่เปลี่ยนแปลง (\Delta P) ได้จากสมการแก๊สอุดมคติ PV=nRT โดยพิจารณาเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลง (ปริมาตรคงที่) จะได้สมการ

ตอบ 4. พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลแก๊สหลังจากเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจะมีค่าเท่ากับ 6k_BT_1
วิธีทำ
หาอุณหภูมิใหม่ (T_2) จากอัตราเร็วที่เปลี่ยนไป
จากสูตรอัตราเร็วอาร์เอ็มเอสของแก๊ส

จากสูตรจะเห็นได้ว่า v_{rms} แปรผันตรงกับรากที่สองของอุณหภูมิ (v_{rms} \propto \sqrt{T}) หรือสามารถเขียนในรูปของอุณหภูมิได้ว่า T \propto v_{rms}^2 จะได้

ดังนั้น อุณหภูมิใหม่จะมีค่าเป็น T_2 = 4T_1
หาพลังงานจลน์เฉลี่ยใหม่ (\overline{E}_{k2})

ทีมวิชาการฟิสิกส์
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการฟิสิกส์ของสถาบัน SmartMathPro
ทีมวิชาการฟิสิกส์
ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทำคอร์สเรียนร่วมกับพี่ติวเตอร์
และผู้เขียนบทความวิชาการฟิสิกส์ของสถาบัน SmartMathPro
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่
Line : @smartmathpronews
FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น
IG : pan_smartmathpro
X : @PanSmartMathPro
Tiktok : @pan_smartmathpro
Lemon8 : @pan_smartmathpro




