“สาขาการตลาด” เรียนอะไรบ้าง? จบมาทำงานอะไรได้บ้าง? มาฟังข้อมูลจริงจากรุ่นพี่กัน

สาขาการตลาด เรียนอะไรบ้าง จบไปทำงานอะไร

การตลาด (Marketing) ก็เป็นอีกสาขาวิชาหนึ่งที่น้องๆถามกันเข้ามาเยอะมาก อยากจะได้รีวิวจากรุ่นพี่และอยากได้ข้อมูลว่า สาขาการตลาด เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง เรียนยากไหม จบมาทำงานได้หลากหลายจริงหรือเปล่า

วันนี้พี่เบส SMP NEWS  จะพาน้องๆไปทำความรู้จักสาขาวิชาการตลาดแบบรู้ลึกรู้จริงกับพี่พลอย รุ่นพี่การตลาดคนเก่ง ที่จะมาแชร์ประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นเตรียมตัวสอบเข้า จนถึงชีวิตการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้ง 4 ปี ถ้าน้องๆพร้อมแล้ว ก็ไปดูกันได้เลยค่ะ ^_^

รีวิว สาขาการตลาด โดยพี่พลอย

สาขาการตลาดเรียนอะไรบ้าง? ทำงานอะไรได้บ้าง? มาฟังข้อมูลจริงจากกรุ่นพี่กัน

สวัสดีค่ะน้องๆ ทุกคน พี่ชื่อ “พลอย” นะคะ เรียนจบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอกการตลาด ตอนมัธยมปลายเรียนสายศิลป์คำนวณ ปัจจุบันพี่ทำงาน marketing อยู่บริษัทหนึ่งนะคะ

สาขาการตลาด เรียนเกี่ยวกับอะไร?

ถ้ามองในเรื่องของนิยาม การตลาดก็คือ ศาสตร์เกี่ยวกับการทำให้สินค้าและบริการที่เราถืออยู่ หรือเราเป็นเจ้าของกิจการเอง นำไปสู่เป้าหมายที่ทำให้เกิดการสร้างรายได้ สร้างยอดขายที่สูงที่สุด

แต่ว่าการจะนำไปสู่จุดนั้น เราอาจจะต้องศึกษาตลาด ต้องสร้างแบรนด์ ดูคู่แข่งว่าเขากำลังทำอะไรบ้าง ลองศึกษาลูกค้าว่า เขากำลังสนใจหรือต้องการสินค้าอะไรในแบรนด์ของเราบ้าง หมายความว่าสินค้าเราไปตอบโจทย์อะไรให้กับลูกค้าบ้าง ทุกอย่างต้องทำให้ครบทุกแง่มุม และครบทุกปัจจัยที่จะนำไปสู่การเกิดยอดขายหรือเกิดรายได้สูงที่สุด ประมาณนี้ค่ะ

แต่ละชั้นปี เรียนอะไรบ้าง?

ปี 1 : เรียนวิชาของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก เน้นไปที่ตัวพื้นฐาน ถ้าอย่างคณะของพี่ ก็จะมีเรียนบัญชี 2 ตัว และวิชา HR (บริหารบุคคล) 2 ตัว

ปี 2 : จะเริ่มเจาะลึกมากยิ่งขึ้น เช่น marketing101 จะเน้นการเรียนตัวพื้นฐานของการตลาดเป็นหลัก ซึ่งค่อนข้างครอบคลุมประมาณหนึ่ง ให้เราพอเห็นภาพรวมได้บ้าง

ปี 3 : มีการเรียนที่เจาะลึกแล้วว่า ในเอกการตลาดเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง โดยจะเจาะลึกไปทีละตัวเลย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราจะเรียนเรื่องของ ช่องทางการขาย เราก็ลงไปเลย 1 ตัว หรือถ้าเรียนเรื่องวิจัย ก็จะเรียนไปอีก 1 ตัว ด้วยความที่เราจะเรียนเจาะลึกเนื้อหามากยิ่งขึ้น ทำให้การเรียนปี 3 ค่อนข้างหนักประมาณหนึ่งเลยค่ะ

ปี 4 : เน้นเรียนในเรื่องของการบูรณาการ การประยุกต์ใช้ โดยจะมีการนำหลายๆศาสตร์ที่เราได้เรียนมาใช้ร่วมกันมากยิ่งขึ้น

สาขาการตลาด เรียนยากไหม?

พี่ว่ายากหรือง่ายขึ้นอยู่กับแต่ละตัวบุคคลมากกว่า แต่ละคนมีความถนัดและความชื่นชอบในแบบของตัวเอง พี่มองว่าการตลาดเป็นการเรียนเกี่ยวกับ logic ในที่นี้หมายถึง เน้นที่การมีเหตุมีผล สมมติว่าเราอยากจะทำสิ่งนี้ ก็จะก่อให้เกิดสิ่งนี้ อะไรประมาณนี้ เลยคิดว่าถ้าน้องๆคนไหนที่เป็นคนที่บุคลิกพื้นฐานเป็นคนที่ชอบการคิดแบบมีตรรกะ พี่คิดว่าสาขาการตลาดน่าจะไม่ยากจนเกินไป

สำหรับน้องๆที่กำลังเล็งสายนี้อยู่นะคะ ถ้าเกิดว่าชอบในสายนี้จริงๆ พี่อยากให้ลองไปขอฟังรีวิวประสบการณ์ตรงจากรุ่นพี่ หรือลองหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนก็ได้นะคะ

จบการตลาด ทำงานอะไร

บริหาร กับ การตลาด ต่างกันมากไหม?

ต้องบอกเลยว่าเป็นคำถามยอดฮิตเลยสมัยที่พี่เรียนม.ปลายเลย รู้สึกเลยว่าตอนนี้แก่แล้ว >_< หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า บริหาร การตลาด หรือว่าเศรษฐศาสตร์ ต่างกันหรือเปล่า แตกต่างกันอย่างไร

จริงๆต้องบอกว่า อย่างในกรณีของมหาวิทยาลัยที่พี่เรียน การตลาดเป็นส่วนหนึ่งของบริหาร เพราะบริหารจะแบ่งเป็นหลายแขนงมากเลย เช่น การตลาด HR เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าการตลาดก็คือแขนงหนึ่งในบริหารนั่นเอง

ถ้าน้องๆสนใจในสาขาการตลาด อาจจะต้องลองศึกษาดูอีกทีว่า แต่ละมหาวิทยาลัยเขามีการตั้งชื่อว่าคณะ/สาขาวิชาว่าอะไร เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะตั้งชื่อแตกต่างกันไป บางที่อาจจะแยกสาขาการตลาดออกมาอีกทีก็ได้นะคะ

เรียนการตลาด ต้องเก่งวิชาอะไรเป็นพิเศษไหม?

พี่ขออิงจากประสบการณ์ตัวเองที่ผ่านมาแล้วกันเนอะ พี่มองว่าไม่จำเป็นต้องเก่งเลข สังคม อังกฤษ ชีวะ หรืออะไรเป็นพิเศษขนาดนั้น อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่า การตลาด เป็นเรื่องของการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากกว่า เพราะฉะนั้นถ้าน้องๆมี Logic ที่ดี เราคิดว่าใครๆก็สามารถมาเรียนที่คณะนี้ได้

เพราะฉะนั้นถ้าเข้าไปเรียนแล้ว การเรียนวิชาต่างๆในสมัยมัธยมปลายก็ถือเป็นพื้นฐานให้เราไปประยุกต์ใช้ต่อกับวิชาในมหาวิทยาลัยต่อไปนั่นเอง เช่น เราเรียนเลขเพื่อที่ว่าจะได้เป็นพื้นฐานในการเรียนสถิติ และภาษาอังกฤษก็มีเรียนในมหาวิทยาลัยเหมือนกันนะ อย่างของพี่ พี่เรียน 2 ตัว แต่ไม่ได้เน้นลงลึกอะไรมากมาย เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลนะคะ

แต่ถ้าย้อนไปในเรื่องของการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปัจจุบันระบบการคัดเลือกได้เปลี่ยนแปลงไปประมาณหนึ่งเลยจากรุ่นของพี่ แต่วิชาที่ยังต้องใช้และจำเป็นสำหรับสายการตลาด คือ วิชาคณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษ หรือถ้ายังมีการสอบ GAT อยู่ อย่างในส่วนของพาร์ท GAT เชื่อมโยง ก็จะเป็นอีกพาร์ทหนึ่งที่พี่คิดว่ายังคงจำเป็นจะต้องใช้สำหรับการสอบเข้าอยู่ค่ะ

พี่พลอยเรียนการตลาดจากธรรมศาสตร์

การตลาด จบมาทำงานอะไรได้บ้าง หางานยากไหม?

เอาจริงๆ การตลาดเรียกได้ว่า ค่อนข้าง mass และเป็นที่นิยมประมาณหนึ่งเลย เนื่องจากสายการตลาดจะเน้นการประยุกต์ใช้กับทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรม จึงไม่ได้หางานยากมากขนาดนั้น เพราะพี่ก็เคยมีคุณพ่อคุณแม่ของน้องๆบางคน เข้ามาถามคำถามนี้เหมือนกันว่า หางานยากจริงไหม เพราะเขากลัวเรื่องนี้ แต่สำหรับพี่ก็ยังคงให้คำตอบว่า การตลาดไม่ได้หางานยากเลย เพราะไม่ว่าอย่างไร ทุกๆธุรกิจก็จะต้องมีฝ่ายการตลาดอยู่ด้วย

แต่อย่างที่บอกว่าการตลาดค่อนข้างเป็นที่นิยม ค่อนข้าง Mass มันก็จะมีจุดที่ต้องคำนึงคือ การแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นเราเลยอาจจะต้องสร้างและค้นหาจุดเด่นในตัวเองเพิ่มเติม เพราะการตลาดก็จะมีการลงลึกขึ้นไปอีก เช่น บางคนอาจจะเป็นนักวิจัยการตลาด บางคนอาจจะลงลึกเรื่องของการทำแบบสอบถามในการศึกษาลูกค้าโดยตรง บางคนอาจจะเป็นเอเจนซี่ที่ติดต่อกับ influencer หรือการทำโฆษณาตามป้ายบิลบอร์ด ตามรถไฟฟ้าต่างๆ และบางคนก็อาจจะถนัดในเรื่องของการวางแผนกลยุทธ์ เป็นต้น

อย่างที่บอกว่า การตลาดประยุกต์ใช้ได้กับแขนงหลายองค์กร ถ้าน้องๆได้เข้าไปเรียนในสายการตลาด แล้วได้ค้นพบละว่าตัวเองถนัดในสายอะไร ลองเจาะลึก เรียนรู้กับมันให้มากขึ้น จะได้เพิ่มทักษะพิเศษติดตัวว่า เราถนัดในด้านนี้นะ พอน้องๆเรียนจบมาทักษะเหล่านี้ก็จะช่วยให้สามารถหางานได้ง่ายขึ้นด้วยนะคะ

จุดเด่นของการตลาด?

เรื่องของธุรกิจ เนื่องจากการตลาดเป็นพื้นฐานของธุรกิจเป็นหลัก

ถ้าน้องๆคนที่ไหนที่ชื่นชอบในการทำธุรกิจ หรืออยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จากประสบการณ์ตรงที่พี่จบมา การตลาดนี่แหละตอบโจทย์การทำธุรกิจมากที่สุดเลย

การตลาดสามารถประยุกต์ใช้ได้

เพราะไม่ว่าเราจะเรียนการตลาดแบบไหนมาก็ตาม สุดท้ายแล้วเราสามารถนำความรู้ในด้านการตลาดที่เรียนมาไปประยุกต์ใช้ต่อได้กับทุกธุรกิจเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางออนไลน์หรืออฟไลน์ก็ตาม ใช้ได้หมดเลยค่ะ

เรียนการตลาดทำให้เป็นคนรอบรู้ ต้องอัพเดทเทรนด์ รู้เท่าทันเหตุการณ์อยู่เสมอ

เนื่องจากการตลาด ไม่มีสิ่งตายตัวมากำหนดว่า การตลาดต้องเป็นแบบนี้ๆนะ เพราะฉะนั้นการตลาดต้องเท่าทันข่าวสารของโลกด้วย ทุกอย่างจะมีอัพเดตตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนการชำระเงินจะมีแค่แบบเงินสดเท่านั้น พอมีโควิดเข้ามา ทุกร้านค้าจะต้องเริ่มปรับตัวหันมาใช้ QR Code ในการชำระเงินออนไลน์มากขึ้น เรียกได้ว่า จริงๆแล้ว การตลาดเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราเลย แค่เราไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราก้าวไม่ทันข่าวสารต่างๆ เราก็อาจจะเป็นนักการตลาดที่จมแต่ข้อมูลข่าวสารเก่าๆก็เป็นได้ ดังนั้นข้อนี้เรียกได้ว่าเป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งเลยที่นักการตลาดควรจะมี

เริ่มต้น ค้นหาตัวเองเจอได้ยังไง?

พี่ลองมาหลายวิธีมาก ๆ เลยตอนนั้น พี่ลิสต์คณะที่สนใจ ชอบ หรือเคยฝันตอนเด็กๆไว้เยอะมาก หลังจากนั้นก็ลองมานั่งคิดกับตัวเองว่า ถ้าเป้าหมายสุดท้ายเราอยากทำอาชีพนี้ เราจะต้องเรียนคณะ/สาขาวิชาอะไร และถ้าเรารู้แล้วว่าเรากำลังสนใจคณะนี้อยู่ แนะนำให้ลองไปดูวิชาเรียนของคณะนั้นๆ ว่าเรียนอะไรบ้าง ตรงกับความชอบหรือนิสัยเราไหม เพราะวิชาเรียนก็น่าจะบอกได้แล้วว่าเราอยากจะเรียนมันจริงๆไหม เรียนได้จริงหรือเปล่า ประมาณหนึ่งเลยนะ ที่สำคัญต้องดูด้วยว่า เส้นทางในการที่เราจะไปถึงจุดๆนั้นมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน และคอยสังเกตตัวเองว่า ระหว่างทางเรายังอยากเลือกสิ่งนี้อยู่หรือเปล่าด้วย จะได้ไม่ตัดสินผิดไปเลือกสิ่งที่ไม่ตรงกับใจตัวเองนะคะ

แต่ถ้าให้เล่าในมุมของพี่ ตอนนั้นพี่รู้แค่ว่า อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เหมือนเป็นเป้าหมายหนึ่งของชีวิตเลย พี่ก็เลยลองดูว่า คณะไหนที่ตอบโจทย์กับตัวเองมากที่สุด หรือใกล้เคียงพอที่จะสามารถประยุกต์ไปสู่การมีธุรกิจเป็นของตัวเองได้ พอตัดๆ ตัวเลือกก็เหลือแค่ คณะบริหารกับคณะเศรษฐศาสตร์ ที่คิดว่าเข้ากับความฝันในการทำธุรกิจส่วนตัวมากที่สุด แล้วตอนนั้นพี่ก็ได้บังเอิญมาเจอกับพี่ปั้น SMARTMATHPRO ก็เลยถามพี่ปั้นว่า “พลอยอยากเรียนอะไรก็ได้ที่มันเกี่ยวกับการทำธุรกิจ พลอยควรเรียนอะไรดี” พี่ปั้นเลยแนะนำมาว่า “ก็ต้องเอกการตลาดนี่แหละที่ตอบโจทย์ได้”

หลังจากวันนั้นพี่ปั้นเหมือนจุดประกาย ให้พี่เริ่มสนใจในเอกการตลาด พี่ก็ลองไปดูว่า การตลาดเรียนเกี่ยวกับอะไรแบบละเอียดยิบ สุดท้ายพี่ก็ปักธงแล้วก็ไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากการตลาดอีกเลย

จนถึงทุกวันนี้ที่พี่เรียนจบมา จนทำงานจริงก็รู้สึกว่า การตลาดคือสิ่งที่ใช่มากๆ ถึงแม้ปัจจุบัน พี่อาจจะยังไม่ได้มีธุรกิจเป็นของตัวเองขนาดนั้น แต่พี่ก็ยังเอนจอยกับชีวิตการทำงานในปัจจุบันอยู่ ได้ลองทำธุรกิจเล็กๆของตัวเองบ้าง ล้มลุกคลุกคลานมาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็เรียกได้ว่ายังเป็นพนักงานอยู่ แล้วก็ได้เข้าไปเรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในบริษัทต่างๆมากมาย แต่การมีธุรกิจส่วนตัวก็ยังเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งที่ตั้งไว้กับตัวเองว่า จะต้องทำมันให้ได้ในอนาคตอย่างแน่นอนเลย แค่รอวันที่ตัวเองพร้อมเท่านั้นเอง

ถ้าพี่ปั้นได้มาอ่านบทความนี้ ก็อยากบอกว่า “ ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่วันนั้น พี่ปั้นได้แนะนำพลอย ทำให้พลอยรู้สึกว่า นี่แหละ การตลาดคือสิ่งที่เราตามหา คือเส้นทางการที่ใช่ และเป็นสายงานที่พลอยอยากทำจริงๆ จนถึงทุกวันนี้เลยค่ะ ”

รีวิวการตลาดจากพี่พลอย การตลาด มธ

เตรียมตัวสอบเข้าการตลาดยังไง มีเทคนิคอะไรบ้าง?

ต้องขอเล่าย้อนกลับไปคือ ตอนสมัยที่พี่เรียนม.6 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตอนนั้น จะเป็นระบบการสอบที่เรียกว่า SMART-I หลักๆก็จะสอบประมาณ 2-3 วิชา มีเลข อังกฤษ ไทย ความรู้รอบตัว อาจจะดูเหมือนวิชาสอบไม่ได้เยอะ แต่จริงๆต้องใช้หลักการพิชิตคะแนน เพราะว่า SMART-I สามารถสอบได้หลายครั้ง ซึ่งจะต่างจากปัจจุบันที่อาจจะสอบได้แค่รอบเดียว แต่พี่ก็เชื่อว่าความพยายามในการเตรียมตัวสอบไม่ต่างกันเลย ข้อสอบแต่ละแบบ แต่ละปีก็จะมีความยากง่ายในแบบของตัวเอง

แต่ถ้าให้แชร์เป็นเทคนิคการเตรียมตัว ไม่ว่าเป็นตอนนี้หรือสมัยพี่ อย่างคณะและมหาวิทยาลัยที่พี่เลือกก็จะเน้นการใช้วิชาคณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษ เป็นเกณฑ์หลักในการรับเข้า พี่แนะนำว่า เลข ควรเก็บในส่วนของเนื้อหาให้ครบ เพราะถ้าเราเก็บครบแล้ว เราจะได้มีเวลาในการทบทวนหรือเก็บในจุดที่ไม่แม่นได้มากขึ้น ส่วนของอังกฤษ อาจจะต้องเน้นที่การทำ error และเก็บ passage ต่างๆ

ทริคสำคัญของพี่คือ การฝึกทำโจทย์ ฝึกทำข้อสอบจริง เรามองว่าการฝึกฝนจะทำให้เราได้เอาเนื้อหา ข้อมูลทุกอย่างที่เรามี ที่เราเข้าใจมาประยุกต์ใช้ทั้งหมด ถ้าเราเข้าใจเนื้อหาจริงๆเราจะสามารถทำโจทย์ได้ สำหรับพี่ สิ่งนี้แหละที่จะเป็นตัวทดสอบเราได้ดีที่สุดว่า เราพร้อมก่อนลงสนามจริงมากน้อยแค่ไหน และทริคในการเก็บเนื้อหาของพี่คือ การทำความเข้าใจ ส่วนตัวมองว่า ถ้าอ่านจนเข้าใจในเนื้อหา เราก็จะสามารถจดจำมันได้โดยไม่ต้องมาท่องจำเยอะ และยังจำได้นานยิ่งขึ้นด้วย

รับมือกับความเครียด กดดัน ช่วงสอบยังไง?

พี่เชื่อว่า น้องๆหลายคนอาจจะมีเรื่องเครียดและการจัดการความเครียดที่ต่างกันไป ในส่วนของพี่จะเครียดตรงที่ปีของพี่สามารถสอบได้หลายครั้ง ก็จะเครียดละว่า ทำไมเราสอบตั้งหลายครั้งแล้วคะแนนสอบยังไม่ดีสักทีนะ เมื่อไรจะรู้สึกว่าคะแนนตัวเองเซฟนะ

แต่ในส่วนของน้องๆตอนนี้อาจจะเครียดในเรื่องที่ว่าทำไงให้อ่านทันมากกว่าเนอะ พี่มองว่า ถ้าเรามีการวางแผนการอ่านหนังสือไม่ดี ทุกอย่างมันจะพังแบบโดมิโนเลยนะ

ส่วนตัวพี่จะเน้นที่การวางแผนการอ่านหนังสือเป็นหลักเลย เพราะทุนเดิมพี่เป็นคนชอบวางแผนต่างๆอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าการจัดวางตารางอ่านหนังสือให้ดี การให้เวลาในการอ่านหนังสือกับตัวเองเยอะๆ มันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้แผนการเตรียมตัวสอบของเราประสบความสำเร็จเลยนะ

น้องๆลองนำไปปรับใช้กับตัวเองดูนะคะ ถ้าเราลองวางแผนแล้ว แต่เกิดไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ให้เราบอกกับตัวเองว่า ไม่เป็นไร สู้ต่อไป อย่ากดดันตัวเองมากจนเกินไป ต้องหาเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อนด้วยนะคะ แค่น้องๆพยายามทำให้เต็มที่ที่สุด ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็จะไม่เสียดาย เพราะได้ทำเต็มที่ที่สุดแล้วเนอะ

พี่พลอย นักศึกษาจบจาก สาขาการตลาด

มีอะไรอยากฝากถึงน้องๆที่กำลังสนใจการตลาดบ้าง?

สำหรับน้องๆคนไหนที่กำลังลังเลว่า การตลาดจะดีสำหรับเราไหม จะใช่สำหรับเราหรือเปล่า พี่อยากให้น้องๆค้นหาตัวเองให้เจอก่อนนะคะ ลองไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมดู ถ้ามั่นใจแล้ว ก็เดินหน้าสู้กับมันให้เต็มที่ไปเลย เป้าหมายมีไว้พุ่งชนให้สุด >_<

ส่วนในเรื่องของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับน้องๆเลยตอนนี้ พี่ก็อยากให้น้องๆทำให้เต็มที่ที่สุด จะได้ไม่เสียใจทีหลังนะคะ

การที่เราเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัยเหมือนเป็นอีก step หนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการได้เจอสังคมใหม่เจอโลกใหม่ เจอเพื่อนใหม่ พี่ก็ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างสวยงามนะคะ

ถ้าน้องๆคนไหนที่ยังไม่มั่นใจ เข้าไปแล้วลองเรียนดู แล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเราจริงๆ น้องๆอาจจะซิ่วหรืออะไรก็ตาม พี่ก็มองว่า ถ้ามันไม่ใช่ ก็ไม่สายที่น้องจะเลือกเส้นทางใหม่ที่ใช่สำหรับตัวน้องเองนะคะ ส่วนใครที่สนใจคณะนี้หรือไม่ว่าคณะไหนก็ตาม พี่ก็ขอให้สมหวังตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ สู้ๆนะคะ พี่พลอยขอเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนเลยค่ะ ^^